ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ติรัส ตฤณเตชะ รองผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.วรพจน์ ฉิมลอยลาภ สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ด ร่วมกันจับกุมตัวนายธีรภัทร์ หรือบอม ราชโสภา อายุ 26 ปี อาชีพ รปภ.คอนโดแห่งหนึ่งเมืองทองธานี ได้ที่ ริมถนนข้างคอนโดแห่งหนึ่งภายในเมืองทองธานี ถ.บอนด์สตรีท ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมของกลางคือ รถจยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น แอร์ลอค สีฟ้าดำ ทะเบียน 4ขฎ4364 กทม. ที่ใช้ก่อเหตุ  ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ด ทำการสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด จนทราบว่าคนร้ายรายดังกล่าวทำงานเป็นรปภ.คอนโดแห่งหนึ่งในเมืองทองธานี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรงจสอบพบว่า นายธีรภัทร์ หรือบอม กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณริมถนนข้างคอนโด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวสอบถามเหตุลักทรัพย์โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนขี่จยย.ก่อเหตุพร้อมกับเพื่อนรปภ.อีก 1 ราย ชื่อนายสมบูรณ์ ตำรวจจึงทำการจับกุม พร้อมตรวจยึกรถจยย.ที่ก่อเหตุ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ นายธีรภัทร์ หรือบอม ผู้ต้องหา สวมเสื้อยืดสีดำขี่จยย. มาพร้อมกับนายสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนรปภ.ทำงานด้วยกันกับนายบอม สวมเสื้อยืดสีขาว นั่งซ้อนซ้อนท้ายรถจยย. โดยทั้ง 2 ได้ลงจากรถจยย.เดินเข้าก่อเหตุงัดห้องลักทรัพย์ ที่หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยวัดโพธิ์ทองบน ต.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วเดินออกมาพร้อมกระเป๋าสพายมีโน๊ตบุ๊กอยู่ในกระเป๋า นำใส่ใต้เบาะรถจยย.ก่อนขับหลบหนี ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.66 และวันที่ 29 ก.ค.66 ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพ คนร้ายทั้ง 2 รายได้ขี่จยย.ตระเวนก่อเหตุงัดห้องลักทรัพย์ตามหอพักในพื้นที่ของสภ.ปากเกร็ด หลายแห่งในบางครั้งนายบอมผู้ต้องหาสวมเสื้อรปภ.ขณะก่อเหตุ

นายธีรภัทร์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า  ทุกครั้งที่ไปก่อเหตุตนไปกับเพื่อนที่ชื่อนายสมบูรณ์ ทำงานเป็นรปภ.ที่คอนโดด้วยกัน แต่โดนไล่ออกไปก่อนเมื่อช่วงเช้าของวันนี้  โดยตอนก่อเหตุตนไม่ได้มีการวางแผนมา และไม่รู้ว่าเพื่อนชวนให้ตนขับรถไปก่อเหตุ  ซึ่งตนกับเพื่อนก่อเหตุมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ส่วนจะดูที่เกิดเหตุว่าจะไปขโมยที่ไหนเพื่อนเป็นคนตัดสินใจ ส่วนใหญ่จะขโมยที่ห้องเช่า ที่ไม่มีคีย์การ์ดเพราะจะเข้าไปก่อเหตุสะดวกกว่า ส่วนในวันที่ตนก่อเหตุวันที่ 14 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ตนเป็นคนถือกระเป๋าลงมาตามภาพจากกล้องวงจรปิดในกระเป๋าตนไม่ทราบว่ามีโน๊ตบุ๊กอยู่ด้วย เพราะคนที่เอาไปคือนายสมบูรณ์ หลังก่อเหตุนายสมบูรณ์ให้เงินค่าน้ำมันเงินค่าข้าว 200-300 บาท ในทุกๆครั้ง ทรัพย์สินต่างๆอยู่ที่นายสมบูรณ์หมด  ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะ ไม่มีเงินใช้ครอบครัวมีหนี้สิน ต้องใช้หนี้แทนแม่ และตอนนี้เพิ่งเลิกกับแฟนมาปีกว่า รายได้ไม่พอใช้ เงินที่ได้มาจากก่อเหตุตนก็นำมาเล่นการพนันและนำเงินไปซื้อยามาเสพ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกตำรวจจับข้อหาลักทรพย์ ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกตำรวจจับมาแล้วคดีเสพยาเสพติด ส่วนทางด้านนายสมบูรณ์ผู้ก่อเหตุอีกราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ด ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้ายคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี