ที่ศูนย์ดำรงค์ธรรรมจังหวัดชัยภูมิ นายราชัน นามวิจิตรนายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดชัยภูมิ และนายสมศักดิ์ ธุรารัตน์ นายกสมาคมไร่อ้อยลูกพญาและ และตัวแทนเกษตรกรกว่า50คนได้เดินทางมายื่นหนังสื่อ แก่นายพรเทพ วัชกีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายวีระวัฒน์ ศรีสม อุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิเพื่อทวงถามเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูกาลผลิตปี2565/2566 ในราคาตันล่ะ120บาท

ตามที่คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 มีมติรับทราบและอนุมัติในหลักการโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 โดยให้ได้รับการสนับสนุนในการช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อลดต้นทุนการตัดอ้อยสดให้กับชาวไร่อ้อย 2 ฤดูการผลิต คือปีการผลิต2564/2565 และ ปีการผลิต 2565/2566 นั้น สำหรับฤดูการผลิตปี 2565/2566 การหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทรายได้สิ้นสุดตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2566 แล้ว และ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 ผู้แทนองค์กรชาวไร่อ้อย ได้เข้าพบรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (คุณอนุชา นาคาศัย) เพื่อนำเสนอเรื่องการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในอัตราตันละ 120 บาทประกอบกับได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี ว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐตัดอ้อยสด ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าแรงในการจ้างตัดอ้อยสด สูงกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานในการตัดอ้อยไฟไหม้และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ทั้งนี้สมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดชัยภูมิ และสมาคมชาวไร่อ้อยลูพระยาแล และตัวแทนกว่า50คน นำโดยนายราชัน นามวิจิตร นายกสมาคมชาวไร่อ้อย จ.ชัยภูมิ จึงเข้ายื่นหนังสือและนำเรียนปัญหาดังกล่าว ผ่านมายัง นายพรเทพ วัชกีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และ นายวีรวัฒน์ ศรีสม อุตสาหกรรม จังหวัดชัยภูมิ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลให้รับทราบ และขอให้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน ในฤดูการผลิตปี 2565/2566ในอัตราตันละ 120 บาท เพื่อทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับราคาอ้อยใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต และมีผลตอบแทนเพียงพอในการที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐและในอนาคตต่อไป/

ภาพ-ข่าว วิรัตน์  ดววแก้ว  จ.ชัยภูมิ