คุณแม่ 2 ราย รายที่ 1 เดินทางมาจาก จว.สุรินทร์ ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลูกสาว 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้นป.1 ถูกรุ่นพี่ 10 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 พยายามข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนแต่ไม่สำเร็จเพราะมีคนผ่านมาเห็น ก่อนจะลากตัวพามาข่มขืนในห้องน้ำที่บ้านจนสำเร็จ โดยมีเพื่อนด.ญ. 7 ขวบ อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ถูกบังคับให้ปิดตาห้ามมอง และขู่จะฆ่าปาดคอหากขัดขืน 

รายที่ 2 แม่เดินทางมาจ.นครราชสีมา ลูกสาว 4 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ถูกคนที่อยู่ในโรงเรียนข่มขืนในห้องน้ำในบริเวณโรงเรียน หลังเกิดเหตุยังหวาดผวานอนร้องไห้ทุกคืนไม่กล้าไปโรงเรียน ขอช่วยให้ความเป็นธรรมเพราะไม่ต้องการให้เหตุร้ายไปเกิดขึ้นสร้างตราบาปให้กับเด็กหญิงคนอื่นๆ อีก

ในวันนี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. มอบหมาย นายนิสิต เนินเพิ่มพิสุทธ์ ผอ.ปฎิบัติหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. และนายอำนาจ อัปษร รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 เดินทางมารับเรื่องและร่วมประชุมบูรณาการหาแนวทางการช่วยเหลือด.ญ.ผู้เสียหายทั้งสอง และนางปวีณา จะได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้ามาดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจด.ญ.ทั้งสองคนต่อไป นางปวีณา กล่าวว่า ตอนนี้สภาพจิตใจด.ญ.ทั้งสองย่ำแย่มาก ยังมีอาการหวาดผวานอนร้องไห้ทุกคืน ซึ่งจะต้องเร่งฟื้นฟูสภาพจิตให้ดีขึ้นโดยเร็ว สำหรับเรื่องคดีจะได้ประสาน ผกก.ทั้งสองสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงทั้งสอง ด.ช.ที่ก่อเหตุ และเร่งหาตัวชายปริศนาที่กระทำกับด.ญ. 4 ขวบ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในการช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย ดูแลสภาพจิตใจ และเรื่องการเยียวยาไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาการสังคมฯ จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านดูสภาพครอบครัวและหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของด.ช.10 ขวบ ที่จำเป็นจะต้องเร่งปรับพฤติกรรม และนางปวีณา จะลงพื้นที่ร่วมกับแม่ด.ญ.ทั้งสอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน

รายแรก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาวจ.สุรินทร์ ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุด ด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ขอไปเล่นกับเพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียน และถูกด.ช.10 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 พยายามข่มขืนกระทำชำเราในห้องน้ำโรงเรียน แต่มีคนผ่านมาเห็นจึงไม่สำเร็จ ก่อนที่ด.ช.จะลากตัวลูกสาวไปที่บ้าน และข่มขืนกระทำชำเราในห้องน้ำของบ้าน โดยมีเพื่อนด.ญ.นักเรียนชั้นป.1 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ถูกบังคับให้ปิดตาห้ามมอง โดยด.ช.10 ขวบข่มขู่หากใครขัดขืนจะฆ่าปาดคอ หลังเกิดเหตุลูกสาวกลับมาบ้านมีอาการเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ยอมเล่าอะไรให้แม่ฟัง ได้แต่บอกว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ กระทั่งวันที่ 27 ม.ค. อดีตผู้ใหญ่บ้านมาถามแม่ว่าลูกถูกข่มขืนหรือไม่เพราะเรื่องแดงในโรงเรียน เด็กๆ พูดกันไปจำนวนมากจึงทราบเรื่อง แม่จึงได้ไปถามลูกสาวพบว่าลูกถูกกระทำจริง แต่ลูกถูกด.ช.10 ขวบ ข่มขู่จะฆ่าปาดคอจึงไม่กล้าบอกใคร ก่อนที่แม่จะพาลูกไปโรงพยาบาลตรวจร่างกาย แพทย์แจ้งผลเบื้องต้น พบอวัยวะเพศมีการอักเสบ และเยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาดจากการถูกของแข็งที่ไม่มีคม  แม่กล่าวอีกว่า แม่หัวใจแทบสลายเมื่อลูกสาวต้องมาเจอกับเหตุการณ์นี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าด.ช. 10 ขวบ จะกระทำได้เยี่ยงนี้ แม่ได้ขอให้ทางโรงเรียนเป็นคนกลางเรียกผู้ปกครองด.ช.มาเจรจา แต่แม่ด.ช. ก็ได้ปฏิเสธ ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกวันนี้ด.ช.อายศัยอยู่กับยาย ให้ดำเนินคดีได้เลย แม่เกรงว่าด.ช.10 ขวบรายนี้ ซึ่งทราบว่ามีพฤติกรรมน่าเป็นห่วงเกรงว่าจะไปทำอันตรายกับด.ญ.คนอื่นๆ อีก จึงขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย     

รายที่สอง คุณแม่ อายุ 33 ปี ชาวจ.นครราชสีมา ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ลูกสาววัย 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกข่มขืนกระทำชำเราภายในห้องน้ำบริเวณโรงเรียน เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ลูกเป็นเด็กไร้เดียงสายังไม่สามารถให้การได้ชัดเจนว่าถูกใครกระทำ ได้แต่บอกแม่ว่า “พี่ทำหนูเจ็บ ในห้องน้ำ” คุณแม่ได้พาลูกเข้าแจ้งความแล้วที่สภ.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา ส่งตรวจร่างกายเบื้องต้น แพทย์แจ้งพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดในโรงเรียนขึ้นอีก คุณแม่ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวกลับบ้านมามีอาการหวาดผวาไม่พูดจากับใคร ได้แต่บอกกับแม่ว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ เมื่อแม่ดูก็พบว่ามีเลือดซึมๆ ออกมา และลูกสาวก็บอกว่า “พี่ทำๆ ในห้องน้ำ” และไม่กล้าพูดอะไรอีก แม่จึงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกครูที่โรงเรียน เบื้องต้นครูตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ไม่พบเห็นอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังมีบางมุมที่กล้องส่องไปไม่ถึง ขณะที่ลูกสาวเองก็หวาดผวาไม่กล้าไปโรงเรียนอีกเลยตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ “ครอบครัวแม่ยากจนและมีลูกเล็ก พ่อต้องออกไปทำมาหากิน แม่ก็เลี้ยงน้อง ก็ได้แต่หวังว่าโรงเรียนจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ที่เราส่งลูกไปเรียนหนังสือโดยหวังให้เป็นบ้านหลังที่สอง แต่ลูกสาวต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ มีตราบาปไปทั้งชีวิตโดยที่จับมือใครดมไม่ได้ หลังเกิดทางโรงเรียนก็ไม่เคยมาเยี่ยมถามไถ่อาการลูกสาวเลยสักนิด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เด็กคนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อต่อไป

ภาพ-ข่าว THAIREFERENCE