โควิด-19 ยะลาพุ่ง ผู้ว่าฯสั่งงดละหมาดวันศุกร์-งดกิจกรรมทางศาสนา ขณะที่ผู้นำศาสนา ชี้ หากปฏิบัติตามกฏเกณฑ์อย่างถูกต้องปัญหาลุล่วงได้

10

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติตเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ระลอกเดือนเมษายน 2564 จนถึงปัจจุบันยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ดยเฉพาะการปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิดและบาลาเซาะห์ การทำกิจกรรมทางศาสนาของกลุ่มญะมาอะห์ตับลีฆ ซึ่งมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ โรคไวรัสโควิด-19 ไปร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ นายชัยสิทธิ์ พาณิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่ง ให้มีการงดปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาควันศุกร์) ที่มัสยิด หรือ บาลาเซาะห์เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 10 – 30 มิถุนายน 2564

ล่าสุด น. นายนิมุ มะกาเจ ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา และผู้นำศาสนาชื่อดังในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า สำหรับลักษณะของการละหมาดวันรายอหรือละหมาดวันศุกร์ เพราะถือว่าวันศุกร์เป็นส่วนสำคัญต่อเนื่องมาจากวันรายอ หลักการปฏิบัติของมุสลิมจะต้องละหมาดในวันรายอ และละหมาดวันศุกร์จะต้องมาร่วมกันละหมาดอันนี้เป็นหลักเกณฑ์กติกา ซึ่งทางรัฐบาลก็รู้จะต้องทำอะไรบ้างอย่าง และต้องปรึกษากับสำนักจุฬาราชมนตรี ส่วนทางฝ่ายปกครองจะต้องประสานสัมพันธ์หารือกับผู้นำศาสนา ทางจุฬาราชมนตรีก็อนุมัติในหลักการวิธีการปฏิบัติ ในระดับจังหวัดก็ทำนองเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องปรึกษาประธานกรรมการอิสลามจังและกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพราะเป็นหลักการปฏิบัติ ในกฎเกณฑ์กติกาเหล่านี้ได้ให้ไว้แล้วนั้น เป็นการผ่อนผันระเบียบจะต้องทำอย่างไร ในการละหมาดในคนหมู่มาก คนจะต้องอยู่ในจำนวนจำกัดที่กฎเกณฑ์ เช่น มีการกำหนดว่า 50 คน ควรจะอยู่ใน 50 คน ต้องยืนห่างกี่เมตร ทุกคนจะต้องสวมหน้ากาก(แมสก์)อันนี้ก็เป็นกฎเกณฑ์กติกา

เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม แต่ข้อสำคัญที่สุด ผู้นำศาสนา แต่ก็มีมัสยิดบางแห่งมีคนจรแวะมา ต่อเนื่อง ถ้ามัสยิดไหนที่มีสัปปุรุษประจำมัสยิดก็จะมารับฟังข้อมูลเคร่งครัดและมาก่อนล่วงหน้า พวกเหล่านี้จะฟังกฎเกณฑ์กติกาอย่างชัดเจน แต่คนสัญจรหรือมาจากที่พื้นที่อื่นๆ คือค่อยสนใจในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ พวกเหล่านี้จะมาสายเวลามาสายก็ไม่ปฏิบัติตามกฎ ในขณะที่ยืนห่างช่องว่างมีพวกที่ไม่ปฏิบัติตามก็จะมาสอดตรงที่ว่าง เพราะฉะนั้นจำนวนที่ 50 คนที่ตั้งกฎเกณฑ์ไว้แล้วอาจจะเกินขึ้นมาตรงนั้นได้ จะเห็นว่าก่อนหน้านี้มัสยิดบางแห่งถูกสั่งปิดอันเนื่องมาจากเพราะว่าปริมาณคนมากคุมไม่ทัน

คนจะติดเชื่อโรคโควิด-19 จะทำให้มีการแพร่ระบาดคนอื่นๆก็ถูกปิดเป็นบางแห่งแล้ว พอมีการรวมละหมาดจะถูกปิด หมู่บ้านก็ถูกปิดตามมา เมื่อเราสังเกตุบางแห่งที่มีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาอย่างถูกต้อง ก็อยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ประสบปัญหา อันนี้เป็นไปตามคำสอนของศาสนาอิสลามอยู่แล้วว่า “ตรงไหนที่มีเชื้อแพร่ระบาดและตรงไหนที่เป็นภัยต่อชีวิตก็ต้องห้ามเข้า” สำหรับลักษณะอย่างนี้ ที่มีการสั่งไม่ให้มีการละหมาดที่มัสยิดในช่วงนี้ ออกคำสั่งตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ไปจนถึง ปลายเดือนนี้ ถ้าพี่น้องมุสลิมเข้าใจกฎเกณฑ์กติกาในจุดตรงนี้ได้ มีการยืนห่าง สวมหน้ากาก(แมสก์)ทุกคน และให้ทุกคนมีความระมัดระวังป้องกันตนเองให้มากที่สุดอย่าไปคิดว่าทำไมตลาดไม่ปิด ตรงนั้นไม่ปิด ตรงนี้ไม่ปิด อย่าไปโยงตรงนั้น เพราะระบบการควบคุมของเขาไม่เหมือนกัน ตนเองเชื่อว่าถ้าพื้นที่ไหนพยายามรักษากฎเกณฑ์กติกาลดปริมาณคนในการไปรวมกลุ่มมากๆยืนห่าง สวมหน้ากาก(แมสก์)เรียบร้อยทุกคนปฏิบัติตามกฎกติกาโอกาสที่จะทำให้พวกเราสามารถรวมกันในมัสยิดอย่างปกติเร็วขึ้น

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here