แม่ร้อง “ปวีณา” ลูกชายแท้ๆ เมายาบ้าพยายามข่มขืน ฮึดสู้คว้าแบตเตอรี่มอไซค์ตีหัวจนสลบ

16

 นางมล (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ชาวจ.อุดรธานี ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า นายโต (นามสมมุติ) ลูกชายอายุ 30 ปี ก่อนหน้านี้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ พอช่วงโควิดระบาดตกงานจึงกลับมาอยู่บ้าน ส่วนสามีใหม่ของตนไปทำงานที่ต่างจังหวัดตนจึงอยู่บ้านกับนายโต 2 คน ระหว่างที่อยู่ที่บ้านร่วม 2 ปี นายโตไม่ยอมทำงานอะไรเอาแต่กินเหล้าและเสพยาบ้าเป็นประจำ

กระทั่งคืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนายโตเมามายกลับมาได้ปีนหน้าต่างเข้ามาหาและใช้มือล้วงอวัยวะเพศของตนก่อนพยายามจะข่มขืน ตนได้ต่อสู้ขัดขืนและหันไปคว้าแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้มือทุบเข้าที่ท้ายทอยและหน้าผากจนนายโตสลบไป จากนั้นตนจึงรีบวิ่งไปหาพี่สาวที่อยู่บ้านใกล้ก่อนจะโทรแจ้งตำรวจ พอตำรวจมาที่บ้านนายโตก็ได้หายไปแล้ว ตนจึงไปแจ้งความที่สภ.บ้านผือ ทั้งที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดของนายโต ซึ่งตนต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ด้วย  

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ชนะเกียรติ วงศ์แสงเทียน ผกก.สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่ง พ.ต.อ.ชนะเกียรติ ได้มอบหมาย พ.ต.ท.จันทวี ชาวชายโขง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บ้านผือ สั่งการชุดสืบสวนออกติดตามตัวคนร้ายจนทราบเบาะแสว่าหลังเกิดเหตุนายโตได้หลบหนีออกนอกพื้นที่และเพิ่งวกกลับมาอยู่ที่กระท่อมใกล้บ้านที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 ต.ค. จึงได้เข้าจับกุมตัวทันที ก่อนนำมาตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติด จึงแจ้งข้อหา เสพยาบ้า และพยายามข่มขืนบุพการี สอบสวนนายโต ให้การรับสารภาพว่า ก่อนที่จะก่อเหตุได้ไปกินเหล้าและเสพยาบ้ากับเพื่อนจนเกิดอารมณ์ทางเพศจึงหน้ามืดทำลงไป

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.บ้านผือ ได้ควบคุมตัวนายโตไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี พร้อมคัดค้านการประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำกลางอุดรธานีเพื่อรอดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here