แม่ทัพภาค 4 ชี้ คนร้ายเหิมเกริมก่อเหตุป่วนพื้นที่ 3 จชต.แสดงศักยภาพเพื่อแสดงว่ากลุ่มมีตัวตน

12

จากกรณีเหตุการณ์คนร้าย จำนวน 2 คน ใช้ รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ไอ สีแดงเข้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แล้วใช้ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ขว้างใส่จุดบริการประชาชนตำบลตะโล๊หะลอ (สภ.จะก๊วะ)ใกล้กับวงเวียนตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา เป็นเหตุทำให้  ส.ต.อ.อนุสรณ์ นุ่นปาน อายุ 31 ปี ผบ.หมู่(ป.)สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ถูกสะเก็ดระเบิด ที่บริเวณลำคอ ลำตัวและเท้า เสียเลือดจำนวนมาก ทนบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลรามัน จ.ยะลา ส่วน ส.ต.ท.อภิศักดิ์ มีเสน อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บตามลำตัว ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 25 เม.ย.64 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ วันที่ 27 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจสอบภาพวงจรปิดทางเข้า – ออกก่อนถึงใกล้กับบริเวณวงเวียนสี่แยกตำบลตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา [ตะโล๊ะหะลอ – ยี่งอ (นราธิวาส)ตะโล๊ะหะลอ – กะพ้อ (ปัตตานี) ตะโล๊ะหะลอ – สายบุรี (ปัตตานี)ตะโล๊ะหะลอ – รือเสาะ – ศรีสาคร (นราธิวาส)] ระยะทางประมาณ 10 – 15 เมตร พบว่าคนร้ายขับขี่ รถ จยย. มาจากพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา โดยคนขับรถสวมเสื้อโค้ทกันฝนมีฮู้ดกันน้ำ สีเขียวอ่อน ใส่แมกซ์สีขาว สวมหมวกกันน็อคสีดำปิดบังใบหน้า คนนั่งซ้อนท้าย สวมเสื้อโค้ทกันฝนมีฮู้ดกันน้ำ สีน้ำเงิน ปิดบังใบหน้า ซุกซ่อนระเบิดแบบขว้างไปบ์บอมบ์ ซึ่งเป็นท่อเหล็กใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอร์รี่ น้ำหนักประมาณ 70 กรัม อยู่ในเสื้อกันฝน เมื่อมาถึงจุดเป้าหมายแล้ว คนซ้อนท้ายได้ชักออกมาแล้วขว้างเข้าใส่อย่างรวดเร็ว หลังก่อเหตุคนร้ายได้หันหัว รถกลับไปทางเดิม ซึ่งเส้นทางมาจากวงเวียนตะโล๊ะหะลอ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.รามัน สองข้างทางมีถนนทางเข้าหมู่บ้านสามารถทะลุได้หลายเส้นทาง ซึ่งคนร้ายอาจจะหลบซ่อนตัวในพื้นใกล้เคียงดังกล่าว ซึ่งในเรื่องนี้ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับไปยัง พล.ต.ท.รณ ศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9/ผบ.ศปก.ตร.สน เนื่องจากในช่วงนี้ในเดือนรอมฎอน(ถือศีลอด)

ได้เกิดเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง จนเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า ซึ่งในห้วงนี้ ไม่นอกเหนือความคาดหมายที่กลุ่มคนร้ายที่มีความพยายามก่อเหตุความรุนแรงต่างๆอย่างต่อเนื่อง กลุ่มคนร้ายพยายามสร้างศักยภาพว่ายังมีตัวตนอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าโอกาสเกิดขึ้นเมื่อไหร่ กลุ่มคนร้ายก็จะดำเนินการต่อเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป้าของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็เป็นเป้าหมายเจ้าหน้าที่ของรัฐซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวจะเห็นว่ามีการปรับยุติวิธีของฝ่ายตรงข้ามหันมาใช้ระเบิดแสวงเครื่องไบป์บอมบ์มากขึ้น ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้สั่งการให้มีมาตรการในการเฝ้าตรวจตราระมัดระวังตั้งจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ เพื่อจำกัดเสรีของกลุ่มคนร้ายอยู่แล้ว แต่ว่าบางจุดก็ต้องยอมรับว่าบางห้วงเวลา

แม่ทัพภาค 4 ชี้ คนร้ายเหิมเกริมก่อเหตุป่วนพื้นที่ 3 จชต.แสดงศักยภาพเพื่อแสดงว่ากลุ่มมีตัวตน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

กลุ่มคนร้ายก็เลือกปฏิบัติในการเคสซิ่ง ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่มีช่องว่างเมื่อไหร่ก็กระทำเมื่อนั้น อันนี้ก็เป็นสิทธิ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องมาปรับกลยุทธ์เช่นเดียวกัน ซึ่งความพยายามของผู้ก่อเหตุความไม่สงบในห้วงนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็จะเห็นว่าฝ่ายของเจ้าหน้าที่สามารถที่จะกดดันและจำกัดเสรีในการปฏิบัติได้อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง และก็ในห้วงเดือนเมษายน เป็นเดือนรอมฎอน

(ถือศีลอด)ซึ่งผู้ก่อความไม่สงบก็ยังมีความเชื่ออยู่ว่าถ้าได้ดำเนินการในห้วงนี้มันก็จะได้กุศลได้บุญก็ตามความเชื่อความศรัทธาก็เป็นสิ่งแรงจูงใจอย่างหนึ่ง และอีกอย่างในช่วงเดือนเมษายนนอกเหนือจากการถือศีลอดของพี่น้องชาวมุสลิมแล้ว ก็ยังมีเรื่องของเทศกาลสงกรานต์ของพี่น้องชาวไทยพุทธ ยังมีเรื่องของที่เขาถือเป็นวันครบรอบห้วงเดือนรอมฎอนในกรณีอ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ กรือเซะ จ.ปัตตานี อะไรพวกนี้ เป็นวันเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งสิ่งต่างๆหล่าวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็วิเคราะห์สถานการณ์ในการดำเนินมาตรการในการที่จะดำเนินการปฏิบัติในเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

แม่ทัพภาค 4 ชี้ คนร้ายเหิมเกริมก่อเหตุป่วนพื้นที่ 3 จชต.แสดงศักยภาพเพื่อแสดงว่ากลุ่มมีตัวตน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ยังกล่าวอีกว่า ตนเองขอนำเรียนว่าทางเจ้าหน้าที่ก็มีความบกพร่องอยู่ที่บางจุดบางประการซึ่งก็ต้องมาปรับจำกัดเพื่อที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่ปฏิบัติการต่อไปได้ ส่วนที่ อ.ตากใบ

แม่ทัพภาค 4 ชี้ คนร้ายเหิมเกริมก่อเหตุป่วนพื้นที่ 3 จชต.แสดงศักยภาพเพื่อแสดงว่ากลุ่มมีตัวตน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

จ.นราธิวาส ก็เป็นเรื่องของกรณีต่างๆไป ส่วนตัวทางเจ้าหน้าที่จับกลุ่มผู้กระทำผิดได้แล้วในส่วนหนึ่ง อย่างเช่น ในกรณีที่เกิดขึ้นที่มีพี่น้องชาวไทยพุทธ(ครอบครัว)ที่ทำมาหากินโดยบริสุทธิ์ จำนวน 3 รายด้วยกัน ที่มาจากบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมุ่งหน้าไปรับ-ส่งสิ่งของต่างๆเป็นปกติ ซึ่งครอบครัวดังกล่าวทำงานค้าขายกับพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อยู่แล้ว อันนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณผิดมนุษย์มนา ตนเองก็ขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ก็ต้องสอดส่องดูแลการกระทำเช่นนี้อีกด้วย

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here