แพร่ “นายกลี่” ทต.ป่าแมต “เตรียมปรับแผน”หลังรับทราบปัญหาจากตัวแทนชาวบ้าน ที่ “สะท้อนปัญหา” เรื่องอ่างห้วยผาคำ​ ส่งผลกระทบน้ำจะท่วมแบบซ้ำซาก

3

จากเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านมณีวรรณ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 11 ตำบลป่าแมต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริหารของเทศบาลตำบลป่าแมต ได้ทราบถึงคำถามและคำตอบในเวลาเดียวกันจากอุทกภัยนี้ เพราะจากที่ผ่านมาทุกๆปี น้ำจะท่วมแบบซ้ำซาก เป็นหลายปีกันแล้ว ทั้งๆที่ระยะทางความห่างของอ่างเก็บน้ำห้วยผาคำกับชุมชนบ้านมณีวรรณ ห่างกันตั้งกว่า 5  กิโลเมตร แต่ทำไมน้ำจึงมาท่วมในชุมชนอยู่ทุกครั้งที่ฝนตกในปริมาณมากๆ คำถามว่า พื้นที่อื่นๆในตำบลทำไมไม่ท่วม หรือพื้นที่อื่นไม่ท่วมเลย เป็นมาอย่างนี้ตลอดหลายปีกันมาแล้ว

“นายกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ นายก.ทต.ป่าแมต กล่าวว่า ผมได้ไปถามชาวบ้านมณีวรรณ เขาให้คำตอบกับผมมาว่า ไม่มีการวางกรอบแก้ไขอย่างเป็นระบบ​ ต่างคนต่างคิด จนไม่เกิดการนำมาปฏิบัติจริง  จากน้ำท่วมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำป่าจะท่วมเพียงระยะเวลาประมาณเกือบ 6 ชั่วโมง (จากตี3 ถึง 8 โมงเช้า)และไม่สร้างความเสียหายเชิงมูลค่าที่มากมายก็จริงอยู่ แต่สร้างความเสียหายในจิตใจของประชาชนบ้านมณีวรรณที่สะสมมานานวัน นานปีมาตลอดและแก้ไขไม่ได้เลย มีแต่เยียวยาๆ

ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาไม่ต้องการ”ถุงยังชีพ” ที่จะนำมาให้เวลาถูกน้ำท่วมบ้านแต่เขาต้องการการแก้ไข การป้องกันที่มันยั่งยืนไม่ให้น้ำไหลเข้ามาในชุมชนและสร้างความเสียหายแก่จิตใจมาทุกปี ทุกคนที่มาคุยด้วยเขาบอกว่าในหัวของเขามีแต่คำถามเท่านั้น แต่ไม่มีคำตอบ และไม่มีใครตอบให้เขาเข้าใจได้เลย ว่าทำไมพวกเขาต้องทนทุกข์กับน้ำท่วมทุกปีและไม่รู้จะระบายให้ใครฟัง ถึงแม้ระบายออกไปก็ไม่เห็นมีใครมาช่วยให้เขาได้เลย เขาเน้นในคำพูดว่า “ต้องการความช่วยเหลือให้มาแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ต้องการให้ช่วยเหลือแบบถุงยังชีพหรอก​

คุณลุงนั่งเล่าให้ผมฟัง ระบายให้ผมฟัง เขาบอกว่าเขาอัดอั้นไม่รู้จะระบายให้ใครฟังแล้วเพราะไม่เห็นใครช่วยเขาได้ มาแล้วก็ไป มาแบบนายสั่งงานลูกน้องต่อหน้าประชาชน(ให้ได้ยินแล้วผ่านไปกับสายลม)

คุณลุงปรับทุกข์ให้ฟังว่า ทุกปีที่ย่างเข้าฤดูฝน พวกเขาต้องเตรียมกระสอบทราย และอุปกรณ์ดัดแปลงกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้าน( กั้นยิ่งกว่าประเทศเนเธอร์แลนด์เสียอีก) เขาบอกว่า ที่น้ำท่วมแต่ละครั้ง น้ำจะมาประมาณตี 2-3 ในเวลากลางคืนทุกครั้ง  ลุงเล่าเล่าเคล็ดลับไว้ว่า ปีใดถ้าท่วมหลายหน หนแรกจะหนักสุด หนสอง หนสามจะเบาๆไม่หนักเหมือนหนแรก  จึงทำให้ผมฉงนคิดในคำบอกเล่านี้(แต่ช้าไปนิดหนึ่งที่บอกเคล็ดลับนี้หลังจากน้ำได้ท่วมหนแรกผ่านไปแล้ว) แต่ทำให้ผมได้คำตอบแตกประเด็นไปอีกหนึ่งประเด็น

ภาพ-ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here