แพร่ ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน “หวั่นหนัก” ดินโคลนถล่ม ล่าสุด 3 องค์กรฯ ยื่นมือเข้าช่วย เปิดเวทีรับฟังความกังวลของชาวบ้าน

5

ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านอิมหมู่ที่ 5 ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ทาง 3 องค์กร  ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคประชาชน สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ยื่นมือเข้าช่วยชาวบ้านฯ โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลผลกระทบจากการทำเหมืองแร่  โดยนายอำนวย พลหล้า คณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคณะทำงานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคประชาชน สถาบันพระปกเกล้า ทนายเคน นายติรานนท์  เวียงธรรม คณะกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่  พรรคก้าวไกล นายมนต์รักชื่นสมบัติ  สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแม่อ้อ  และ “บีม” นายรฐรส เกิดสวรรค์  ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่  พรรคก้าวไกล และมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดแพร่เข้าร่วมสังเกตการณ์

สำหรับตัวแทนโดยมี นายจิรวัฒน์ (โด่ง) ดวงประทีป แกนนำ ม.5 บ้านอิม นายสุเทพ ชะอุ่ม นางบัวเตียว กาวี ตัวแทน หมู่ 7 บ้านปิน และ”น้องแบ้ม” นางสาวสมใจ ต๊ะเอ้ย ตัวแทนชาวบ้าน ม.8 บ้านศรีใจ โดยมีตัวแทนพี่น้องชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านร่วม 30 คนในเวทีมีการระดมความคิดเห็นจากพี่น้องชาวบ้านที่ร่วมเวที ว่า มีความกังวลและห่วงใยเรื่องใดบ้างต่อการทำเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องชาวบ้านมากกว่า 45 ปี  มีแจกกระดาษให้ชาวบ้านเขียนความกังวลของแต่ละคนและให้ทุกคนอ่านความกังวลของแต่ละคนพร้อมบันทึกลงในกระดาน  จากการระดมความคิดเห็นและความกังวล พี่น้องชาวบ้าน มีห่วงใยในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งก่อนหน้านั้นในพื้นที่ลำน้ำแม่สวก ซึ่งเป็นสายเลือดของพี่น้องชาวบ้านตำบลท่าผามอก ป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากมาย มีน้ำไหลเกือบตลอดทั้งปี มีกุ้งหอย ปู ปลาและพืชผักธัญญาหาร ที่อยู่ริมสองฝั่งลำน้ำแม่สวก  ซึ่งมีความอุดมคุณเป็นอย่างมาก หลังจากที่มีการทำเหมืองแร่มากว่า 45 ปี ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่น้องชาวบ้าน เปรียบเสมือน “supermarket” ของพี่น้องชาวบ้านได้สูญสลายไปหมดสิ้น ซึ่งถูกการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์น้ำมือจากนักธุรกิจเหมืองแร่ โดยไม่คำนึงถึงความเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์แม้แต่น้อย

นายจิรวัฒน์ (โด่ง) ดวงประทีป แกนนำ ม.5 บ้านอิม กล่าวว่าที่ผ่านมาพี่น้องชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากตนเองมีความเห็นพ้องต้องกันกับพี่น้องชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านว่าเราจะช่วยกันปกป้องรักษาแผ่นดินแห่งนี้ให้กับลูกหลานสืบไปและต้องขอขอบคุณทางหน่วยงานต่างๆที่ยื่นมือเข้าช่วย แต่ทางฝ่ายราชการกลับนิ่งเฉย เหมือนกับชาวบ้านเป็นหัวหลักหัวตอ ซึ่งในเรื่องนี้สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับพี่น้องชาวบ้านเป็นอย่างมาก นอกจากชาวบ้านมีความหวั่นไหวในเรื่อง “ดินโคลนถล่ม” เป็นอย่างมากเพราะว่าจุดที่ทำเหมืองแร่มีดินกองเป็นจำนวนมาก  เวลานี้ลำน้ำแม่สวกไม่มีร่องรอยของลำน้ำแล้ว  หากมีฝนตกอย่างหนักดินโคลนถล่มส่งผลกระทบกับพี่น้องชาวบ้านอย่างแน่นอน

โด่ง กล่าวอีกว่า ผมเองชาวบ้านและชาวบ้าน จะไปทวงถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและทุกสิ่งทุกอย่างให้กับพี่น้องชาวบ้านมีความอยู่ดีกินดีต่อไปอย่างแน่นอน”น้องแบม” นางสาวสมใจ ต๊ะเอ้ย กล่าวถึงภัยเงียบที่จะมาถึงพี่น้องชาวบ้านว่า  นี้ตนเองเนี่ยได้มีการหารือกับพี่น้องชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจากการไปจากการไปดูพื้นที่จริงจากเหมืองแร่ซึ่งมีดินจากเหมืองแร่เป็นจำนวนมากซึ่งสังเกตจากสิ่งแวดล้อมและลำน้ำแม่สวกซึ่งเคยอุดมสมบูรณ์ปัจจุบันนี้ละไม่สะดวกไม่มีร่องรอยเป็นลำน้ำ สิ่งมีชีวิตที่มีในป่าพืชพันธุ์ธัญญาหารและสัตว์น้ำที่อยู่ในลำน้ำ เปรียบเป็น “ซุปเปอร์มาร์เก็ต” ของพี่น้องชาวบ้านหายไปกับคำว่าเหมืองแร่กว่า 45 ปีที่ผ่านมา”ทนายเคน” นายติรานนท์  เวียงธรรม คณะกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าหลังจากคณะทำงานได้เข้าไปดูพื้นที่จริงและสอบถามพี่น้องชาวบ้าน ทั้ง 3 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ ทำให้ผมได้รับทราบว่า พี่น้องชาวบ้านถูกย่ำยีศักดิ์ศรีของมนุษย์มากกว่า 45 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในเรื่องนี้ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองจะไม่ยอมให้พี่น้องชาวบ้านถูกย่ำยีอีกต่อไป”บีม” นายรฐรส เกิดสวรรค์  ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่  พรรคก้าวไกล การแสดงความคิดเห็นกับพี่น้องชาวบ้านว่า ตนเองพร้อมคณะได้รับทราบข้อมูลจากพี่น้องชาวบ้านและดูรูปภาพจากในโทรศัพท์ ซึ่งได้ถ่ายจากพื้นที่จริง ได้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ซึ่งพี่น้องชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างนี้ ทุกฝ่ายต้องให้ความเห็นอกเห็นใจ ร่วมด้วยช่วยกันลงเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวบ้าน เพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินนี้ให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์ให้มากกว่านี้ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้กับพี่น้องกับความคับแค้นใจและเดือดร้อนอย่างนี้

นายอำนวย พลหล้า คณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคณะทำงานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคประชาชน  ได้กล่าวในการปิดเวทีว่าต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า พี่น้องชาวบ้านมีความมุ่งมั่นตั่งใจ และตื่นตัวในการต่อสู้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้กับลูกหลาน ผมและคณะทำงานฯ พร้อมเดินหน้าไปกับพี่น้องอย่างเต็มที่

ภาพ-ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here