เหยื่อสถานการณ์ไฟใต้ ที่ไปประกอบพิธีอุมเราะห์ได้ตรวจ ATK แล้ว ก่อนกลับสู้อ้อมกอดครอบครัว

3

ที่ อันดามันตรา รีสอร์ต แอนด์ วิลลา จ.ภูเก็ต  นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. ร่วมกับ นายมาหามะ สะเเลมัน บริษัท Intan  Expaess นำ ผู้แสวงบุญฮัจย์เล็ก หรือ อุมเราะห์ จำนวน 112 คน จากจังหวัดปัตตานี 29 คน ยะลา 43 คน นราธิวาส 45 คน สงขลา 4 คน สตูล 1 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ตรวจ ATK แบบ New Normal ก่อนกลับสู้อ้อมกอดครอบครัวอย่างสบายใจ ทั้งผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ที่สุอุดิอาราเบียและสมาชิกทุกคนในครอบครัวหลังได้เดินทางกลับมากักตัวและทำกิจกรรมที่ จ.ภูเก็ต

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ก่อนเดินทางกลับสู้อ้อมกอดครอบครัวผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญอุมเราะห์ หรือฮัจย์เล็กได้ร่วมกัน ถอดบทเรียนและรับฟังความคิดเห็นจากนั้น ได้ร่วมกันทำแบบประเมินความพึ่งพอใจ ต่อกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงโครงการดังกล่าวให้ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกด้วย ทั้งนี้ นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต.ได้กล่าว ด้วยว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ก็ได้จัดให้มีการตรวจ ATK ก่อนเดินทางกลับบ้านและเมื่อถึงบ้านก็ให้มีการกักตัวอีก 7 – 10 วัน ทั้งหมดนี้เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย

 การเดินทางไปทำอุมเราะห์ ครั้งนี้ ของ 112  ชิวิตทั้งคณะ น่าจะเป็นคนไทยกลุ่มที่ 3 แต่เป็นกลุ่มแรก ที่ใหญ่ที่สุด ที่เดินทางมาอุมเราะห์ และการปฎิบิตศาสนกิจ การเยี่ยมสถานที่สำคัญ ศึกษาประวัติศาสตร์ ปรัชญาหลักการศาสนา เกือบทั้งหมดทำอุมเราะห์แล้ว 3 ครั้ง อุมเราะห์ปีนี้ ทางเข้ามีจัดเป็นจุด  1 ทางเข้า อุมเราะห์ และ 1 ทางเข้าละหมาด รอบมัสยิดเท่าที่เดินดูมีแค่แค่ 2 จุด 1 ฝั่งหอนาฬิกา และ 2 ฝั่งกุโบร์ มะลา เครื่องมือที่จะไช้เข้ามัสยิด APP TAWANKANA หรือ บัตรคล้องคอ หรือ กำไลข้อมือหรือ lisband แต่ ถ้าจะเข้าอุมเราะห์ App estamarna  หรือ กำหนดข้อมือ – หนังสือขออนุญาตเข้าเป็นกลุ่ม สำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางมาทำอุมเราะห์แนะนำพา SmartPhoneมา และลง Appestamarns สะดวกสุด

ส่วนการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาอุมเราะห์ได้ เพราะ  การบริหารจัดการวัคซีนที่ดีเยี่ยม อยากจะฝากไปยังพี่น้อง ถ้าจะให้คนในครอบครัวและในชุมชนมาประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะห์ในโอกาสต่อไปนั้นขอให้ช่วยกับไปฉีดวัคซีนทุกคน สำหรับกลุ่มนี้เป็น อุมเราะห์ท่ามกลางโควิดของ ศอบต  ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง เจ้าหน้าที่ สาธารณะสุข ซาอุฯ มา SWOT และ ได้ผลเป็นลบจึงจะออกเดินทางกลับมากักตัวเพิ่ม จ.ภูเก็ต ได้ทำการ SWOT ที่สนามบิน ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม THAILANDPASS ผล SWOT จากซาอุฯ เมื่อผ่านขั้นตอนแล้วจึงเข้าระบบการเดินทางแบบปิด มากักตัวพักใน โรงแรมที่กำหนด รอผลตรวจประมาณ 8 ชั่วโมง ถ้าเป็นลบ ทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมได้ และก่อนเดินทางกลับ ทางเราได้จัดให้มีการ ตรวจด้วย ATK เพื่อจะได้กลับไปสู้อ้อมกอดของครอบครัวอย่างมั่นใจว่า เราจะไม่นำเชื้อกลับไปให้คนที่บ้าน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ได้ขอความร่วมมือฮุจยาดทุกคนเมื่อกลับไปที่บ้านแล้ว ให้กักตัวเพิ่มอีก 7-10 วัน อีกด้วย

ทางด้าน นางยูไมดะ ยูโซ๊ะ อายุ 55 ปี จากพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สามีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา กล่าวอย่างตื่นตันใจพร้อมน้ำตา ด้วยว่า ได้เดินทางไป ทำอุ้มเราะ ได้รับเลือกจาก ศอ.บต. ครั้งนี้ กิจกรรมมีทั้ง หมด 20 วัน 6 วันแรก เราไปละหมาดที่มัสยิดนบี ที่มาดินะห์ และ เยี่ยมชมประวัติศาวตร์ ศาสดา ได้เข้าไปใน รอเฎาะ  เราเฎาะห์ คือ สถานที่อยู่ระหว่างมิมบัร แท่นที่นั่งในมัสยิดขณะบรรยายศาสนาธรรมก่อนละหมาดวันศุกร์ กับบ้านของท่านศาสดามูฮำหมัด (ซ.ล.) ซึ่งเป็นจุดสำคัญมาก ที่ไม่ค่อยมีใคร นักจะได้เข้าไปง่ายๆ แต่ทางบริษัทได้ร่วมกับ ศอ.บต. ได้คุยกับเจ้าหน้าที่สาอุดิอาระเบีย ทำให้พวกเรา ได้มีโอกาสได้เข้าไป ทั้งหมด ดีใจมากน้ำตาไหลที่ได้เห็น เราเฎาะห์นบี จากนั้นพวกเรา ได้เดินทาง เข้าเมกกะ อีก 8 วันได้ทำพิธีอุมเราะห์ ทั้งหมด 4 ครั้ง และได้ ตอวัสสุนนัตอีก หลายรอบเลย ดีใจที่สุด ที่ ศอ.บต.ได้ พาเรามาใกล้ชิดอัลลอฮ์ ได้มาบ้านของอัลลอฮ์  ถือเป็นการเยี่ยวยาที่คุมค่าและตรงจุดมากๆ จึงอยากให้ผู้ได้รับผลกระทบคนอื่นๆได้มาด้วย ให้มีการเยียวยาเป็นโครงแบบนี้อีกต่อเนื่อง

สำหรับ การทำอุมเราะห์ เริ่มจากการ เอียะฮฺรอม ตั้งเจตนา ว่า เรามาทำอุมเราะห์เพื่อตัวเรา แล้วเริ่มทำการตอวาฟคือ การเดินเวียนรอบ กะอ์บะฮ์ หรือ บัยตุลลอฮ์ 7 ครั้ง และการสะแอ คือ การเดินระหว่างเนินเขาซอฟา กับ เนินเขามัรวะห์ 7  เที่ยว แล้วจะต้องทำการตัดเส้นผม  แต่ถ้าตอวาฟสุนัต แค่ตั้งเจตนาแล้วเดินวนรอบกะอ์บะฮ์ หรือ บัยตุลลอฮ์ 7 ครั้ง เท่านั้น  เราคนแก่มีโรคด้วยจะทำอะไรก็ลำบากแต่ก็โชคดีที่มีผู้ได้รับผลกระทบด้วยกันที่ไป ช่วยกัน ช่วยเหลือทุกอย่าง เข็นรถขณะตอวาฟและสะแอ ช่วยทุกๆด้านเลยจริงๆ ขอบคุณทุกคนมาก ขอบคุณ ศอ.บต.

ตอนนี้ได้กลับมากักตัวที่ภูเก็ตเป็นเวลา 6 วันแล้ว ทางคณะให้มีการตรวจ ATK ก่อนกลับบ้านไปหาครอบครัว ก็รู้สึกดีใจมากที่ทาง ศอ.บต.วางแผนทุกอย่างให้เราได้ทำในสิ่งที่ภาวนามาทั้งชีวิตตอนนี้ ได้ทำสมหวังแล้ว เพราะลำพังจะมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองก็แค่ทำงานเลี้ยงลูกก็เป็นเรื่องยากมากแล้ว การที่จะสามารถไปทำอุมเราะห์เองก็ยิ่งยาก การที่ ศอ.บต. เยียวยาแบบนี้จึงถือว่า เยียวยาตรงจุดมากจริงๆ ขอบคุ ศอ.บต.มาก หลังจากนี้จะขอทำกิจกรรมดีๆในสังคมโดยเริ่มจากครอบครัวเราก่อนค่อยๆไปทำเป็นวงกว้างในชุมชน และที่สำคัญ จะสอนให้ลูกๆเป็นคนดี ของสังคมเชื่อว่า ถ้าทุกคนทำสิ่งดีๆเป็นคนดี สังคมจะเกิดความสงบสุขได้ อย่างยั่งยืน

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ จ.ยะลา/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here