เพชรบูรณ์ ไฟเตือนใช้ทางเบี่ยงไม่ติดรถกระบะเหินตกลงคลองที่กำลังก่อสร้างสะพาน

2

สภ.วิเชียรบุรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์  ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุมีรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง ที่กำลังก่อสร้างสะพานใหม่แทนสะพานเก่าที่ชำรุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างสะพานใหม่ บนเส้นทางหลวงหมายเลข 21 สายเก่า ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นทางหลวงชนบทหมายเลข 2051 หมู่ที่ 2 บ้านแก่งหินปูน ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย สายตรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดพุเตย พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน บิ๊คเอ็ม สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บน-8692 เพชรบูรณ์ ด้านหลังบรรทุกถังเก็บความเย็นขนาดใหญ่ไว้ใส่เนื้อหมู จำนวน 2 ถัง อยู่ในสภาพเหินพุ่งตกลงไปในลำคลอง ที่กำลังเตรียมก่อสร้างสะพาน โดยด้านหน้ารถได้พุ่งไปชนติดอยู่กับเนินดิน จนหน้ารถยุบได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อต่อมาว่า คือ นายสง่า แก้วมาคูณ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 376 หมู่ 9 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นคนขับ และ นางเล็ง แก้วมาคูณ อายุ 66 ปี ภรรยา อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน  เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพุเตย  ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลวิเชียรบุรีไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยนายสง่า แก้วมาคุณ แพทย์สั่งให้นอนดูอาการ เนื่องจากใบหน้าบวม มีบาดแผลที่บริเวณใต้คาง เกรงว่าอาจจะมีเลือดคลั่งในสมอง ส่วนนางเล็ง แก้วมาคุณ แขนข้างขวาผิดรูป และมีบาดแผลที่บริเวณใต้คางเช่นกัน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ สองตายาย ได้กำลังขับรถเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ อ.บึงสามพัน  หลังนำเนื้อหมูใส่ถังเก็บความเย็นขนาดใหญ่ จำนวน 2 ถัง ไปเร่ขายที่ตามหมู่บ้านต่างๆในเขตพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลามืดค่ำแล้ว ประกอบกับป้ายสัญญาณเตือนงานก่อสร้างสะพาน และป้ายเตือนให้ใช้ทางเบี่ยง ผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานยังไม่ได้มาเปิดไฟเตือน  เป็นเหตุให้คุณตาสง่ามองไม่เห็น จึงได้ขับรถชนป้ายดังกล่าว ก่อนรถจะพุ่งเหินตกลงไปในคลองที่กำลังก่อสร้างสะพาน ส่วนสาเหตุตนคาดว่าน่าจะเกิดจาก ที่เกิดเหตุมันมืดจนคุณตาสง่ามองไม่เห็น  เนื่องจากก่อนเกิดเหตุในวันนี้ ผู้รับเหมาไม่ได้มาเปิดไฟ และมีชาวบ้านวิ่งไปเปิดไฟหลังจากเกิดเหตุแล้ว เพราะหวั่นเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ภาพ-ข่าว รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/ ผู้สื่อข่าว จ.เพชรบูรณ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here