เพชรบูรณ์ ป้ายยักษ์โผล่ถามนายกฯ รัฐมนตรี และอธิบดี ทำไมโรงแรมเถื่อนเต็มเขาค้อ - อาสาไทยยืนยัน เว็บสารคดีข่าวเชิงลึกและไลฟ์สไตล์
อาสาไทยยืนยัน

เพชรบูรณ์ ป้ายยักษ์โผล่ถามนายกฯ รัฐมนตรี และอธิบดี ทำไมโรงแรมเถื่อนเต็มเขาค้อ

ในช่วงฤดูหนาวนี้ ต่างพากันฮือฮา พากันวิพากษ์วิจารณ์ และต้องแปลกใจกันเป็นอย่างมาก เมื่อจู่ๆ ก็มีป้ายคัดเอ้าท์ขนาดใหญ่ มีรูปภาพ และข้อความพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ถึงการปล่อยให้โรงแรมเถื่อนผุดขึ้นที่เขาค้อ โดยไม่บังคับใช้กฎหมาย โผล่ที่บริเวณหน้า เมาท์เท่นพาร์คสวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท ซึ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ติดเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ในพื้นที่หมู่ 7 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บริเวณหน้าโรงแรมรีสอร์ท ดังกล่าว พบป้ายคัดเอ้าท์ยักษ์ ขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 26 เมตร มีรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ปรากฎอยู่บนป้ายยักษ์ พร้อมข้อความว่า “มีนายกรัฐมนตรีไว้ทำไม? มี รมว.มหาดไทยไว้ทำไม? มี รมว.ทรัพยากรฯไว้ทำไม? โรงแรมเขื่อนผุดขึ้นเป็น 1,000 แห่ง ปล่อยให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กรมป่าไม้ (ไม่บังคับใช้กฎหมาย) “ ทำไมปล่อยให้โรงแรมเถื่อน” “หากินในพื้นที่ป่าสงวนได้ โดยนายประสม ประคุณสุขใจ เจ้าของเมาท์เท่นพาร์คสวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท กล่าวว่า ป้ายที่ขึ้นวันนี้มันมีความชัดเจนในตัวของมัน ถามว่ามีนายกรัฐมนตรีไว้ทำไม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไว้ทำไม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ทำไม ปล่อยให้โรงแรมผุดขึ้นในที่ป่าเป็นพันแห่งแล้วไม่บังคับใช้กฏหมาย โดยเฉพาะปล่อยผู้ว่า นายอำเภอ กรมป่าไม้ไม่บังคับใช้กฎหมาย โรงแรมทำมาหากินในที่ป่าทำได้ยังไง กฎหมายป่าไม้มี กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติมี กฎหมายโรงแรมก็มี ก็ต้องบังคับใช้ และที่สำคัญที่สุดกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือ ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2519 ชัดเจนว่า โรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือไม่ได้จดทะเบียนให้ดำเนินการ และถ้าใครไม่ดำเนินการ หรือเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ มีการเพิกเฉยหรือละเลย หรืองดเว้นการกระทำการของเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ดำเนินการทางแพ่งทางอาญาและทางปกครองกับผู้นั้น สั่งมาที่จังหวัด จังหวัดสั่งไปที่อำเภอ จากวันนั้นมาวันนี้ 3 ปีเต็มๆ ยังไม่ทำอะไรเลย ฟ้องศาลปกครองก็ฟ้องแล้ว ฟ้องศาลอาญาทุจริตก็ฟ้องแล้ว นายกรัฐมนตรีมาประชุมรัฐมนตรีสัญจรวันที่ 18 เชิญตนไปพบและรับปากว่าจะบังคับใช้กฎหมาย จากวันนั้นมาถึงวันนี้ 15 เดือนแล้ว ยังไม่ได้อะไรเลย ปล่อยให้โรงแรมหากินในที่ป่าสงวนได้ แล้วโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายของเรามีอยู่ 55 โรงแรม ซึ่งตนเป็นตัวแทน นอกจากเป็นตัวแทนของ 55 โรงแรมแล้วยังเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ที่เป็นเจ้าของป่ามาเรียกร้องสิทธิ์ คือฟ้องต่อสังคมว่า บุคคลที่ตนกล่าวอ้างมาทั้งหมดเพิ่กเฉยละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปกป้องไม่คุ้มครองป่า ทำลายระบบนิเวศน์ของป่า ทำลายทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แล้วยังสร้างสิ่งปฎิกูลให้ไหลลงไปให้พี่น้องชาวเพชรบูรณ์ได้รับปฎิกูลจากนักท่องเที่ยว ถามว่ากินเงินเดือนประชาชนไม่มียางอายบ้างหรือ กฎหมายมีไว้ทำไม กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น ถ้าใครยกเว้น 15 ปี ตามกฎหมายอาญาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มีโทษจำคุกอายุความ 15 ปี ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันกดดันให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ตนยังมีการเตรียมป้ายไว้ฟ้องพี่น้องประชาชน และยังมีป้ายเด็ดกว่านี้อีก แต่ก็หวังว่าป้ายนี้จะเป็นป้ายสุดท้าย แต่ถ้าไม่สุดท้ายยังมีป้ายที่เด็ดกว่านี้ และในเร็วๆนี้ราวสัปดาห์หน้า ปปช. ที่ตนแจ้งความ 157 กับนายอำเภอ และ ผู้ว่าฯไว้ ก็จะมาสอบสวนตน ตนบอกได้แค่ว่ากฎหมายไม่มีข้อยกเว้น ใครทำอะไรไว้เกษียรไปก็คงไม่ได้อยู่บ้าน อาจจะไปอยู่ที่เรือนจำแทน  นายประสม กล่าวต่อว่า พื้นที่ป่าสงวนที่ไหนก็ตามไม่สามารถที่จะให้นายทุนเข้าไปทำมาหากินได้ปลูกสร้างอะไรได้ เราเที่ยบเคียงกับคดี ปารีณา ไกรคุปต์ เป็นข่าวเพียง 30 วัน กรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ที่นี่ 15 ปีแล้วยังเพิ่กเฉย นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาประชุม ครม.สัญจรที่เพชรบูรณ์ รับปากตนว่าจะบังคับใช้กฎหมาย แต่ผ่านมา 15 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีอะไร

ภาพ-ข่าว รุ่งทิพย์ บุญบำรุง ผู้สื่อข่าวเพชรบูรณ์

แทก
แสดงเพิ่มเติม

บทความใกล้เคียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close