เจ้าของที่ดิน บุกศูนย์ดำรงธรรม ทวงคืน ที่ดินบรรพบุรุษหลังถูก จนท.ป่าชายเลน นำรถแบคโฮ ล้มต้นปาล์ม ตี 3 ส่อพิรุธ ร้อง ผวจ.กระบี่ ตรวจสอบ

0

นายภพ สกุลสวน อ.55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1ม.5 ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยครอบครัว ทนายความ และตัวแทนสภาเกษตรกร จ.กระบี่ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่ป่าชายเลนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าโค่นทำลายต้นปาล์มน้ำมันในที่ดินทำกินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ นับ 100 ปี รวมเนื้อที่ 17 ไร่เศษ โดยมีนายสมปอง รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ รับเรื่อง

นางอรวรรณ อ๋องเอื้อ อ.59 พี่สะไภ้ ของนายภพ สกุลสวน กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นของคุณตา ยกให้คุณแม่ ยกให้น้องสาว ทำกินมา 3 อายุคน รวม กว่า 100 ปี ครั้งแรกที่จำความได้ที่ตรงนี้มีการทำนา และต่อมาปลูกปาล์มน้ำมันจนหมดอายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 ปี และก็ได้โค่นทิ้ง และปลูกใหม่ มีอายุ ได้ 13 ปี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ เข้าไปปักป้าย ยึดที่ดินคืน และนำรถแบคโฮ ทำลายต้นปาล์ม เมื่อเวลาประมาณ ตี 3 เสร็จประมาณ 7 โมงเช้า ของคืนวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่าน ซึ่งตนเองมองว่าผิดวิสัยของข้าราชการ ที่เข้าทำลายผลอาสินของชาวบ้านในยามวิกาล แล้วยังข่มขู่ห้ามไม่ให้แสดงตัว จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม

ด้านนายราเชนทร์ จันทร์อ่อน ทนายความกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนายภพ สกุลสวน เดิมเป็นของนายเฟื่อง เนื้ออ่อน เป็นตาของภรรยา ซึ่งนายเฟือง เนื้ออ่อน ได้ครอบครองและทำประโยซนในที่ดินดังกล่าวมาก่อนพ.ศ.2485 ซึ่งเป็นการครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่จะมีประกาศของรัฐ ประกาศให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศให้เป็นเขตป่าขายเลน นายเฟืองๆได้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกินโดยการทำนามาอย่างต่อเนื่อง

และประมาณ พ.ศ.2530 จึงเปลี่ยนลักษณะการทำประโยชน์มาเป็นสวนปาล์มน้ำมัน และได้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นรายแรกๆในจังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้เสียหายได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อจากนายเฟื่องฯ และได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ รวมถึงได้จดทะเบียนเกษตรกร และทำกินในที่ดินตลอดมา จนถึงปัจจุบัน และไม่มีสภาพเป็นป่า นอกจากนี้ที่ดินติดกันล้อมที่ดินของผู้เสียหายมีที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง มีถนน และไฟฟ้า มีทะเบียนบ้าน เป็นชุมชนมีราษฎรอยู่อาศัยหลายครัวเรือนและทำกินกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่จนท.กลับดำเนินการเฉพาะที่ดินของผู้เสียหายจึงขอความเป็นธรรมให้ระงับการดำเนินการและสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้เตรียมรวบรวมหลักฐาน ยื่นฟ้องศาลปกครอง ต่อไป…

ภาพ-ข่าว ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง จ.กระบี่///รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here