อ่างทอง หวิดปะทะชาวนาข้าวที่ปลูกกำลังตั้งท้องขาดน้ำหล่อเลี้ยง

172

ว่าที่ร้อยโทอรรถชล  ทรัพย์ทวี  นายอำเภอไชโย  พร้อมด้วย นาย นาวา  แก้วลี  นายช่างชลประทานอาวุโส  หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม  โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองชลประทาน (คลองข่อย)  หมู่ที่ 1  ตำบลบางระกำ  อำเภอโพธิ์ทอง  หลังได้รับการร้องเรียนจาก นาย ทรงยศ  มะกรูดทอง อายุ 65 ปี  สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดอ่างทอง  พร้อมชาวนากว่า 10 ราย  ว่าเกษตรกรชาวนา  ในพื้นที่ 3 ตำบล  ได้แก่  ตำบลเทวราช  ตำบลราชสถิตย์  อำเภอไชโย  และตำบลย่านซื่อ  อำเภอเมือง  บางส่วน  กำลังได้รับความเดือดร้อน  เนื่องจากน้ำในคลองชลประทานที่มาจากต้นน้ำไหลไปไม่ถึง  ส่งผลทำให้ข้าวที่ชาวนาปลูกเอาไว้ที่กำลังตั้งท้องกำลังจะยืนต้นตาย  จำนวนกว่า 150 ไร่  ซึ่งเป็นข้าวที่ชาวนาได้ทำการเพาะปลูกเอาไว้ก่อนที่ทางชลประทาน  จะมีประกาศให้เกษตรกรชาวนางดทำการเพาะปลูก  เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง 

 โดยปัญหาดังกล่าวที่น้ำไม่สามารถไหลผ่านคลองชลประทานจากต้นคลองไปถึงปลายคลองได้  อาจจะมาจากวัชพืชและต้นไมยราบยักษ์ที่ขึ้นรกอยู่เต็มคลองชลประทาน  ทำให้น้ำไม่สามารถที่จะไหลผ่าน  แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกับพบว่า  ชาวนาที่อยู่ต้นน้ำของคลองชลประทาน  แอบเจาะคลองชลประทาน  เพื่อที่จะให้น้ำไหลเข้าในนาไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวของตนเอง  บางรายนำกระสอบทรายและหินมาปิดทางน้ำ   เนื่องจากช่วงนี้เกิดภัยแล้งทำให้น้ำในคลองชลประทานมีน้ำน้อย  ทำให้น้ำไหลไปไม่ถึงปลายน้ำ  จึงได้เข้ามาพูดคุยขอให้เปิดทางน้ำ  นายช่างชลประทานอาวุโส  และนายอำเภอไชโย  เข้าร่วมพูดคุยกับชาวบ้านตกลงกันด้วยดี  และมีการยินยอมเปิดทางน้ำไห้ไหลตามปกติ

ด้าน นาย ทรงยศ  มะกรูดทอง  เล่าให้ฟังว่า  ชาวนาในตำบลเทวราช  และตำบลราชสถิตย์  อำเภอไชโย  และตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง (บางส่วน)  ได้รับผลกระทบภัยแล้งขาดแคลนน้ำ  ต้นข้าวในนาเริ่มออกรวง จำนวนกว่า 150 ไร่  แต่น้ำในคลองชลประทางแห้งขอด  จึงได้มาสำรวจตามคลองพบว่ามีวัชพืช  ต้นไมยราบยักษ์  และชาวนาต้นน้ำนำหินและกระสอบทรายไปกั้นทางน้ำบางจุด  จึงทำให้น้ำที่มีอยู่น้อยอยู่แล้วไหลไปไม่ถึงปลายน้ำ  และได้ขอร้อยให้ชาวนาต้นน้ำทำการนำสิ่งกรีดขวางทางน้ำออกและก็ตกลงได้ด้วยดี  หลังจากเกิดการถกเถียงกันก่อนที่เรื่องจะบานปลาย

ส่วนทางด้าน นาย นาวา  กล่าวว่า  หลังจากได้รับการร้องเรียน  จึงได้ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบพร้อมด้วยนายอำเภอไชโย  พบว่าภายในคลองดังกล่าว  มีวัชพืชและต้นไมยราบยักษ์ขึ้นปกคลุมอยู่เต็มคลอง  ส่งผลทำให้กีดขวางทางน้ำ  เบื้องต้นจะได้นำเครื่องกลหนักมาขุดลอก  เพื่อทำการเปิดทางเดินของน้ำให้สะดวกยิ่งขึ้น  ในส่วนที่พบว่ามีชาวนาบางรายแอบนำกระสอบทรายและหินมาปิดกั้นทางน้ำก็ได้ให้นำออกไป  ส่วนชาวนาที่แอบเจาะคลอง  ทางชลประทานก็จะดำเนินคดีกับชาวนาที่แอบเจาะคลอง  เนื่องจากว่าเป็นการผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here