อุทัยธานี จนท. อนุรักษ์พร้อมของกลางตัวค่างและสัตว์อื่นๆ ส่งมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

40

 นายสันต์ภพ อัศวปภาพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ ที่ลาดตระเวรจำนวน 5 นาย เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน พ.ต.ต.วิโรจน์ จันทะโย สภ.ห้วยคต เพื่อให้ปากคำ พร้อมด้วยของกลาง  1. อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก  อาวุธปืนติดลำกล้อง จำนวน 2 กระบอก  ทั้งนี้อาวุธปืน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอุทัยธานีได้นำไปตรวจสอ 3. กระสอบปุ๋ยจำนวน 3 กระสอบ ภายในพบซากค่าง

 ตรวจค้นเพิ่มเติมภายในถุงกระสอบทั้งสามพบ .ซากพญากระรอกดำรมควัน 1 ตัว  3. 2.ซากนางอายรมควัน 1 ตัว 3.3.ซากค่างรมควัน 1 ตัวและอุ้งตีนค่างรมควัน 20 อุ้ง 3.4.ซากค่าง 3 ตัว เพศผู้ทั้ง 3 ตัว ตัวที่ 1 น้ำหนัก 3.3 กิโลกรัม ตัวที่ 2 น้ำหนัก 15 กิโลกรัม ตัวที่ 3 น้ำหนัก 5.6 กิโลกรัม 3.5.ส้มค่าง 3 ถุง ถุงละ 20 กิโลกรัม รวม 60 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงกระสอบปุ๋ย 4. หม้อสนาม 1 ใบ  5. อุปกรณ์พักแรมอื่น ๆเปล ผ้าห่ม ยาสามัญ ไฟฉาย และมีดปลายแหลมอาวุธปืนติดลำกล้องรายการที่สอง ขนาด .22 พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวกับผู้บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ฐาน “ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒

 ฐาน “ร่วมกันมีสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒  ฐาน “ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ “ ตามมาตรา๕๓ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒ .ฐาน “ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒  ฐาน”ร่วมกันเก็บหา และกระทำการใดๆทำการให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” ตามมาตรา ๕๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒ ฐาน “ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ” ตามมาตรา ๑๔(1) แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ และส่วนอาวุธปืนทีผู้ต้องหาทั้ง 3 นำพาไปนั้นทางเจ้าหน้าทีตำรวจจะเป็นผู้ผู้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนต่อไป

นายสันต์ภพ อัศวปภาพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตห้วยขาแข้ง ได้ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าว ว่า ในพื้นบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่สัตว์ป่าอยู่อยู่ชุกชุม โดยจะจำเพราะตัวคาง ซึ่งจากลาดตระเวรในเชิงของคุณภาพ โดยสังเกตุว่าจะมีคนเข้าไปบริเวณดังกล่าว แทบทุกเดือน จนนำมาสู้การว่างแผน เพื่อแก้ไขปัญหาการล่าตัวคางในพื้นที่ จนนำไปสู้การซื้อขายกัน ในเรื่องของอาหารป่า จนไปสู้ขบวนการจับกุมดังกล่าว

ภาพ-ข่าว พชร พัสกุล ผู้สื่อข่าว สมาคมสื่อมวลชนอุทัยธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here