อดีต กำนัน นายก สุดกลั้นซื้อที่ดินไว้เพื่อถวายวัด ให้เป็นสถานที่กักเก็บน้ำใช้ให้ชาวบ้าน สภาพที่หมู่บ้านอยู่ใกล้เขื่อนแต่ไม่ได้ใช้น้ำเขื่อน

72

จากกรณีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องชาวบ้านห้วยเปล้าโดย พ.อ.สุรทัศษ์ นำชัยรุ่งรัศมี รอง ผอ.กอ.รมน.อุทัยธานี ได้มอบหมายให้ พ.ต.นภดล เหมมะ หัวหน้าบริหารบุคคล กอ.รมน.อุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน  ได้เดินทางไปรับฟังปัญหาเกี่ยวกับมีผู้ร้องเรียนว่าวัดห้วยเปล้าได้ครอบครองที่ดินจำนวน 180 ไร่  จากการได้รับริจาคมานานหลายสิบปีจากนายประทุม เพ็ญไพฑูรย์ (หรือที่ชาวบ้านรู้จักกำนันจร) ซึ่งอดีตทีผ่านมาหลายปี เคยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน สจ.กำนัน และนายก อบต.ระบำ อ.ลานสัก  โดยมี พระครูวินัยธรวิชาญ เจ้าคณะตำบลระบำ เขต 2 เจ้าอาวาสดวัดห้วยเปล้า พร้อมนางนิตยา พันธุ์เกษม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 และชาวบ้านหมู่ 6 บ้านห้วยเปล่า ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี กว่า 30 คน ร่วมกันชี้แจ้งปัญหาต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน  ณ.ศาลาวัดห้วยเปล้า หมู่ 6 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี      

ด้านพ.ต.นภดล เหมมะ หัวหน้าบริหารบุคคล กอ.รมน.อุทัยธานี ได้กล่าวว่าได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุทัยธานี ว่าวัดห้วยเปล้านั้นมีที่ดินครอบครองจำนวน 180 ไร่  ซึ่งอยากทราบปัญหาทีแท้จริงคืออะไร และปัญหาการรร้องเรียนนั้นได้ไปถึงหลายหน่วยงานแล้ว ทีออกมาตรวจข้อมูลที่แท้จริง

โดยนายไพทูรย์ ได้ชี้แจงการได้มาของที่ดินว่า ตนเองนั้นได้มาอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านห้วยเปล้ามาตั้งแต่ พ.ศ.2510 คือตั้งแต่ห้วยขาแข้งยังเป็นป่ารกทึบ    ซึ่งสมัยนั้นตนเองเป็นได้ซื้อพื้นดังกล่าวไว้จำนวน 180 ไร่ มีความตั้งใจที่จะถวายที่  และหลังจากนั้นหลวงพ่อวิชาท่านก็ได้กำหนดพื้นที่ตรงนี้เป็นสำนักสงฆ์ของวัดห้วยเปล้าในสมัยนั้นเกินขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็ปล่อยพื้นที่ว่างเปล่ามาตลอด  จนมีบุคคลเข้าบุกรุก หลังจากมีการสร้างเขื่อนทางเขื่อนก็ให้เข้าให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านเพชรน้ำผึ่งจัดที่ดินให้คนละ 12 ไร่ พร้อมมีระบบส่งน้ำให้อย่างดี  แต่ผู้ร้องเรียนคนนี้ก็ย้อนกลับมาหาซื้อที่ดินข้างๆ ของวัดห้วยเปล้าอยู่อีก และได้บุกเข้าไปทำที่ดินอีก โดยจะให้ผู้อื่นเช่า ด้วยความรำคาญตนเองจึงได้เจ้าหน้าที่ สปก.ออกมารางวัดที่ดิน พร้อมกับได้แจ้ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 โดยผู้ใหญ่บ้านได้ประสานไปยังนางมรกต โตเดช ผู้ร้องพร้อมกับให้นำหลักฐานการครอบครองดินออกมแสดงกับเจ่าหน้าที่ สปก.ดูซึ่งนางนิตยา ได้มาแต่ไม่นำหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ดู หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกสำรวจรางวัดแล้วเสร็จ และได้มีการปลักมุดไว้  หลังจากนั้นตนเองก็ได้นำพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไปตั้งไว้ในที่ดินแนวเขตให้รู้ว่าเป็นทีของวัดห้วยเปล้าดังกล่าว 

นายประทุม หรือกำนันจร ได้กล่าวต่อว่า จากการที่ผมเป็นผู้นำมาหลายสิบปี  ทราบปัญหาในตำบลระบำ และหมู่ 6 บ้านห้วยเปล้าได้ดี จากรณีเรื่องน้ำเปรียมเสมือใกล้เกลือกินด่าง การใช้น้ำเขื่อนทับเสลานั้นมันไม่ง่ายยากที่ทุกคนคิด และทางเขื่อนก็ไม่ได้ปล่อยน้ำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เขื่อนใช้อย่างที่คิด  ซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านหมู่ 6 -10 และหมู่ใกล้เคียงนั้นขาดแคลนน้ำมากในช่วงฤดูแล้ง

ซึ่งตอนนี้ตนเองได้ทำโครงการแกล้มลิงในพื้นทีดินจำนวน 170 ไร่ และมีโครงการส่วนทีเหลือก็จะปลูกป่าเป็นบ้างจุด ตามแบบแปลนทีเขียนไว้  ที่เหลือจากการสร้างวัดห้วยเปล้าด้านหลัง และหลังจากที่เขียนโครงการแล้วเสร็จก็จะเข้าพูดคุยกับปรึกษาหารือนายก อบต.ระบำ ในโครงการดังกล่าวที่ชาวบ้านหลายพันคนทีเคยประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งขาดน้ำมาแล้ว และบ้างปีก็จะมีรถยนต์สูบน้ำขนาดใหญ่ของ ปภ.ภาค 6 เข้ามช่วยสูบน้ำเติมในสระน้ำแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน แต่ต้องมาสดุดโครงการตรงที่นางมรกต  ได้เข้าร้องกับศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดอุทัยธานี ออกมาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ-ข่าว นายพชร พัสกุล จ.อุทัยธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here