อดีตประธานหอการค้าโคราชแจ้งดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่โพสต์หมิ่นประมาทในโซเชียล กล่าวหาติดหนี้กับทางหอการค้าแล้วไม่ยอมชำระ

4

 นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 และเป็นอดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายเกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ ทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่โพสต์เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทนายชัชวาลผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยผู้ที่โพสต์ได้กล่าวหาว่า นายชัชวาลติดหนี้หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สมัยดำรงตำแหน่งเป็นประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาแล้วไม่ยอมชำระเงินคืน ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 และเป็นอดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเงินสนับสนุนโครงการพันธมิตรที่ทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินโครงการจัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดยมีผู้ประกอบการหลายรายร่วมเป็นพันธมิตร และตอบรับสนับสนุนให้กับทางหอการค้าฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งในส่วนของตน ในฐานะประธานหอการค้าฯ ในขณะนั้น ก็ได้ยินดีสนับสนุนเงินในฐานะเจ้าของธุรกิจโรงแรมวีวัน จำนวน 200,000 บาท ชมรมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยนครราชสีมา จำนวน 200,000 บาท และบริษัท รุ่งเรือง ธ.วัฒนา จำกัด จำนวน 100,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท โดยได้สนับสนุนต่อเนื่องมาตลอดทุกปี แต่เนื่องจากในปี พ.ศ.2563 ทุกภาคส่วนได้ประสบกับปัญหาสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และธุรกิจของตนก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะโรงแรมวีวันก็ได้ปิดกิจการลง รวมไปถึงผู้ประกอบการพันธมิตรอีกหลายรายก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทางคณะกรรมการหอการค้าฯ จึงได้ประชุม และมีมติที่ประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2564 ให้เปลี่ยนการสนับสนุนจากเงินเป็นการสนับสนุนด้านอื่นแทน โดยตนก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งตนก็ยินดีสนับสนุนให้ทางหอการค้าใช้สถานที่จัดการประชุมภายในโรงแรมของตนแทนการให้เงินสนับสนุนหลายครั้ง ซึ่งหากคิดเป็นจำนวนเงินก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าการให้เงินสนับสนุนด้วยซ้ำ แต่เรื่องดังกล่าวกลับมีผู้ไม่หวังดีกับทางหอการค้าฯ ได้โพสต์ข้อความเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่า ตน และผู้ประกอบอีกหลายรายติดหนี้หอการค้าฯ และไม่ยอมชำระเงินคืน ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ตนพร้อมด้วยทนายความจึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

นายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ทางหอการค้าฯ ได้มีการประชุมคณะกรรม และได้มีการบันทึกรายละเอียดในการประชุมไว้ชัดเจนครบถ้วนหมดแล้ว ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ซึ่งทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ โดยกลุ่มของผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรกับหอการค้าฯ กลุ่มนี้ ไม่ได้อยู่ในสถานะลูกหนี้ของหอการค้าฯ เนื่องจากผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรมีความประสงค์ที่จะสนับสนุนเงินให้กับทางหอการค้าฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งถือเป็นเงินบริจาค แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจแย่ ผู้ประกอบการหลายรายก็ประสบปัญหา และของดการสนับสนุนเงินให้กับทางหอการค้าฯ โดยเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนด้านอื่นๆ แทน เช่น การให้ใช้สถานที่ในการจัดประชุม ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เพราะไม่ได้เป็นสัญญาที่ต้องผูกมัดกัน

ภาพ/ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here