สุพรรณบุรีเผาอ้อยเย้ยกฎหมายริมถนนกลางวันแสกๆ - อาสาไทยยืนยัน เว็บสารคดีข่าวเชิงลึกและไลฟ์สไตล์
อาสาไทยยืนยัน

สุพรรณบุรีเผาอ้อยเย้ยกฎหมายริมถนนกลางวันแสกๆ

ที่ จ.สุพรรณบุรี บริเวณริมถนนสายด่านช้าง-อู่ทอง บ้านห้วยน้ำจัน หมู่ 6 ต.แจงงาม อ.หนองหญ้าไซ มีมือดีลักลอบเผาไร่อ้อยกว่า 40 ไร่เปลวไฟแดงฉานลุกโชติช่วงลุกลามอย่างรวดเร็วจนน่ากลัวเกรงว่าจะลุกลามเข้าบ้านเรือนประชาชนและร้านรับทำป้ายโฆษณาที่อยู่ใกล้กัน จนเจ้าของบ้านต้องรีบหาสายยางมาฉีดพรมน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ลามไหม้เข้าบ้านกันอย่างโกลาหลขณะเกิดเหตุเป็นช่วงอากาศร้อนประกอบกับมีลมพัดแรง สำหรับการเผาไร่อ้อยที่ผ่านมาได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้งเรื่องฝุ่นละออง กลิ่นเหม็นควันไฟ ซ้ำร้ายยังลุกลามเข้าไหม้บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ติดกับไร่อ้อยปัญหาดังกล่าว นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการ ได้มอบหมายให้นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรวมทั้งผู้ประกอบการและตัวแทนโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และ พีเอ็ม 2.5 อย่างเร่งด่วนนายภูสิต กล่าวว่าสุพรรณบุรี มีพื้นที่การปลูกอ้อยเป็นอันดับสองรองจาก เพราะฉะนั้นปัญหาของการเผาอ้อยจึงมีเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงของฤดูหีบอ้อยเราพยายามหาสาเหตุสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหา ว่าจะทำให้เกษตรกรตัดอ้อยส่งโรงงานได้โดยอ้อยสดไม่ต้องเผาจะมีวิธีการอย่างไรบ้าง จึงเชิญทั้งตัวแทนของโรงงาน ในพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ตัวแทนเกษตรกรของสมาคมชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับเรื่องมาตรการอ้อยทั้งหมดเพื่อระดมความคิดเห็นทั้งในเชิงของมาตรการเชิงรณรงค์และมาตรการบังคับ ในส่วนของการดำเนินการตรงนี้พยายามทำความเข้าใจปัญหาการที่ต้องเผาอ้อยก่อน ซึ่งเราก็ทราบว่ามีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายในการตัดอ้อยค่าแรงงานที่จะเอามาใช้ตัดอ้อย ณ ปัจจุบันแนวทางในการแก้ปัญหาจะได้ผลอย่างยั่งยืนต้องอาศัยมาตรการทั้งระยะปานกลางและระยาวด้วยต้องอาศัยมาตรการของพื้นที่และมาตรการของรัฐบาลที่มาสนับสนุนด้วย ที่ประชุมมีความเห็นให้ใช้มาตรการตั้งด่านตรวจกันว่าอ้อยที่เผาในรถบรรทุกจะไปส่งที่ไหน รวมทั้งการเผาไร่อ้อยหากเจ้าของเผาเองต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถากถูกคนอื่นเผาแล้วลุกลามเข้าไหม้ไร่อ้อยได้รับความเสียหาย หรือถูกลักลอบเผา ก็ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี คิดว่ามาตรการส่วนนี้คงจะบรรเทาความเดือดร้อนได้ในเรื่องของการเผาอ้อย ไปได้ระดับหนึ่งแต่สุดท้ายก็ยังมีผู้ลักลอบเผาโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

ทีมข่าวเฉพาะกิจ/สุพรรณบุรี

9 / 100 SEO Score
แทก
แสดงเพิ่มเติม

บทความใกล้เคียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close