สระแก้ว- กองกำลังบูรพา สกัดกั้นลักลอบขนน้ำมันจากประเทศไทยลักลอบส่งออกไปขายฝั่งกัมพูชาตามช่องทางธรรมชาติ

2

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯได้ตรวจพบรถอีแต๊ก ดัดแปลงต่อเติมมีกระบะพ่วงท้ายสำหรับบรรทุกพืชผลทางการเกษตร มีชาย3คนอยู่บนรถขับออกมาจากท้ายหมู่บ้านแสง์ ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว แล้ววิ่งเลาะไปตามถนนลูกรังมุ่งหน้าจะออกไปเขตแดนกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลมและเฝ้าระวัง จนท.จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบภายในกระบะดัดแปลงท้ายรถอีแต๊กมีถังพลาสติกสีน้ำเงินขนาดใหญ่บรรจุน้ำมันดีเซล ถังละ 30 ลิตร จำนวน 65 ถัง รวมน้ำมันดีเซลจำนวน 1,950 ลิตร วางซุกซ่อนอยู่ในกระบะ ตรวจสอบไม่มีเอกสารอนุญาตส่งออกน้ำมันแต่อย่างใด จนท. จึงร่วมกันควบคุมตัวชายไทยทั้ง 3 คน พร้อมตรวจยึดรถอีแต๊กและน้ำมันดีเซล 65 ถังรวม 1,950 ลิตร มาทำการสอบสวน

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นชายไทยทั้ง 3 คนซึ่งเป็นชาวบ้านใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว อ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากชาวกัมพูชาให้นำน้ำมันดีเซลดังกล่าวไปส่งให้นายทุนชาวกัมพูชาที่บ้านมะฮอสล๊อบ ต.โคกละเมียด อ.ทมอพวก จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านแสง์ ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าได้ค่าจ้างเท่าไหร่ จนท.จึงควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่งให้ จนท.ด่านศุลกากรอรัญประเทศฯนำไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และสอบสวนหาที่มาของน้ำมันดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยงข้องทั้งหมดต่อไป

ส่วนเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศฯเผยว่าปัจจุบันน้ำมันดีเซลในฝั่งประเทศกัมพูชามีราคาแพงกว่าประเทศไทยระหว่าง 8-10 บาท ต่อลิตรทำให้มีคนไทยบางคนเห็นส่วนต่างจากราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงจึงพยายามจะลักลอบนำน้ำมันจากฝั่งไทยลักลอบนำออกไปขายฝั่งกัมพูชาตามช่องทางธรรมชาติมากขึ้น

ดังนั้น จนท.จึงต้องร่วมกันคุมเข้มตลอดแนวชายแดน เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยนั้นรัฐบาลไทยได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันออกมาอุดหนุนเพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไม่สูงเกิน ดังนั้นราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยถือว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินภาษีของคนไทยมาอุดหนุนด้วย จึงต้องป้องกันไม่ให้มีการลักลอบน้ำน้ำมันดีเซลออกไปขายกัมพูชา…

ภาพ-ข่าว นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here