สกลนคร เหยื่อโกงเงินแอปธนาคารโผล่อีกราย สูญเงินเกือบ 7 หมื่น

25

ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 409 ม.12 บ้านพังขว้าง ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นางเยาวรักษ์ มูลไชยสุข ครูจิ๊ด อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นข้าราชการครูเกษียณอายุราชการ และเป็นครูดีเด่นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ว่า เงินของตนได้เคลื่อนย้ายออกจากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสกลนคร โดยมีการเคลื่อนย้ายรวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 56,000 บาท โดยบัญชีที่เงินหายเป็นบัญชีที่รอรับการโอนเงินเดือนจึงไม่มีความเคลื่อนไหว จึงไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเงินหายออกบัญชีจนหมด เสียงสัญญานโทรศัพท์จึงดังขึ้น เมื่อตรวจสอบพบว่าเงินได้เคลื่อนย้ายออกจากบัญชีไปหมดแล้ว จึงได้เข้าพบกับผู้บริหารธนาคารซึ่งผู้บริหารได้แนะนำให้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้หาตัวคนผิดมาลงโทษ จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร

จากการตรวจสอบกับธานาคารพบว่า เงินเคลื่อนย้ายออกจากบัญชีครั้งแรก เมื่อ 5 มีนาคม เป็นเงิน 10,000 บาท ครั้งที่ 2 วันที่ 7 มีนาคม เป็นเงิน 13,000 บาท ครั้งที่ 3 วันที่ 8 มีนาคม เป็นเงิน 10,000 บาท ครั้งที่ 4 วันที่ 9 มีนาคม เป็นเงิน 10,000 บาท ครั้งที่ วันที่ 10 มีนาคม เป็นเงิน 13,000 บาท จึงได้ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับธนาคารจนทราบว่า เงินถูกโอนเข้าบัญชีของเจ้าของบัญชีรายหนี่ง ที่อยู่ใน จ.กาญจนบุรี ขณะนี้ทราบชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์แล้ว กำลังอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเพื่อมาให้ปากคำ ขณะเดียวกัน ตนได้ประสานไปทาง นายบุญสวน จันใด อายุ 68 ปี อยู่ตำบลเดียงกัน ก็พบว่าเงินจากบัญชีของนายบุญสวน ก็ถูกโอนไปเข้าเจ้าของบัญชีรายเดียวกัน ที่ จ.กาญจนบุรี เป็นที่น่าสังเกตว่าเหยื่อทั้งสองราย ได้ถูกหญิงสาวผู้หนึ่งขณะนี้ทราบชื่อแล้ว เป็นผู้ทำแอป ช่วยเหลือจากภาครัฐให้ เช่น โครงการเป๋าตุง เราชนะ เป็นต้น แต่หญิงสาวผู้นั้นหลบหนีไปแล้ว

“จากการพูดคุยกับ นายบุญสวน จันใด ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกคนทราบว่า มีความเดือดร้อนเพราะต้องเลี้ยงดูบุตรชายพิการอีกคน ไม่มีรายได้ใดๆเพียงแค่เบี้ยคนชราและคนพิการเท่านั้น แต่ก็มีทางผู้ใหญ่ที่ทราบเรื่อง เช่นนายอำเภอเมืองสกลนครพร้อมคุณนาย ได้ออกไปมอบเงินและสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ ก็ถือว่าเป็นการเยียวยาเบื้องต้น และให้ความหวังว่าจะติดตามเงินให้จนกว่าจะได้คืน เช่นเดียวกับตน ถึงแม้ว่าจะเป็นข้าราชการบำนาญก็ตาม เงินที่เข้าบัญชีก็ไม่ได้มากมาย มีเงินเพียงเท่านี้และก็หมดไปแล้ว ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน  ดิฉันก็เข้าใจว่าการฝากเงินกับธนาคาร เป็นหลักประกันของความมั่นคง เมื่อมาเจอเช่นนี้ก็เข้าใจว่าอาจจะมาจากหลายส่วน  หรืออาจจะเป็นเพราะผู้ที่ทำแอปล่วงรู้รหัสแล้วจึงเกิดความโลภขึ้นก็ได้ อย่างไรก็ตามต้องหาตัวหญิงสาวผู้นั้นให้พบ ความจริงก็จะกระจ่างเอง” ครูจิ๊ดกล่าว

ภาพ-ข่าว  วัฒนะ แก้วก่า / สกลนคร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here