สกลนคร เปิดใจลุงวัง หนึ่งเดียวได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดควีนอลิซาเบธที่ 2

2

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังจากทราบว่า เจ้าของบ้านคือ นายวัง พันธุ์ลา อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน เป็นผู้ที่ได้ถวายงานสมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธที่ 2 แห่งประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่พระองค์ และเจ้าฟ้าฟิลลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ ได้เสด็จจากลอนดอนมาเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยมีหมายกำหนดการมาเยือน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2539 ในการนี้ มีหมายกำหนดการทอดพระเนตรวิถีชีวิตชาวชนบทไทย ณ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง แห่งนี้ โดยในการเสด็จมาครั้งนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาด้วย

นายวัง พันธุ์ลา เล่าให้ฟังว่า ในวันนั้น ตนยังจำได้อย่างประทับใจไม่เคยลืม เพราะสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศืของไทย ได้เสด็จมาที่บ้านของตนเพียงหลังเดียว โดยพระองค์ได้ทอดพระเนตรการทอผ้าด้วยหูก มีกุ้ง หอย ปู ปลา ให้พระองค์ทอดพระเนตรด้วย ซึ่งท่านตรัสถามว่ามีปูไว้ทำอะไร ซึ่งตนตอบว่าใช้ประกอบอาหาร ซึ่งผู้ที่แปลคือรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน จากนั้นที่ได้ใช้พระหัตถ์จับเส้นของผ้าไหม ทำให้แหวนในพระกรของพระองค์เกี่ยวติดไว้ พระองค์ทรงพยายามแกะออกแต่แกะไม่ได้ ตนจึงมีโอกาสได้ถวายงานท่านโดยการแกะออกให้ ท่านก็ตรัสขอบใจ ซึ่งตนฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็มีคนแปลให้ฟัง ขบวนเสด็จอยู่ที่บ้านของตนประมาณ 30 นาที จึงเสด็จไปที่ศูนย์ภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่อไป ซึ่งบ้านหลังนี้ ตนไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแต่อย่างใด เพียงแต่เทพื้นปูนเพิ่มเติม เพื่อให้แม่บ้านที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อ่อนแรงได้มีความสะดวง

ขณะที่ นายนิคม พันธุ์ลา อายุ 38 ปี บุตรชายลุงวัง หรือ นายวัง พันธุ์ลา กล่าวว่า ขณะที่พระองค์ท่านเสด็จนั้น ได้มีชาวบ้านมาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก ตนซื่องอายุเพียง 12 ปี ก็มาเฝ้ารับเสด็จเช่นกันยังจำติดตา พระองค์เสด็จเข้ามาทางด้านนั้น พูดแล้วก็ชี้ไปทางประตูให้ดู แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีก็ตาม แต่เมื่อได้เห็นรูปภาพแล้วก็จะนึกออกว่าครั้งหนึ่งเราเคยรับเสด็จอย่างใกล้ชิด เป็นเกียรติประวัตของวงศ์ระกูล เมื่อทราบว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ ก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง  ทางด้าน นางภัทรวดี เอี่ยมประเสริฐ อายุ 67 ปี กล่าวว่า ตนเป็นชาวบ้านนานกเค้า  มีอาชีพเกษตรกร ปฏิบัติตนตามรอยของพ่อหลวง อยู่อย่างพอเพียง รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวบ้านนานกเค้า เมื่อพระองค์ท่านสินพระองค์จากไปรู้สึกเสียใจและอาลัย ….ขอถวายคำอาลัยเป็นภาษาอังกฤษ

ภาพ-ข่าว  วัฒนะ แก้วก่า จ. สกลนคร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here