สกลนคร พี่เต้พระราม 7 เปิดตัวผู้สมัครอ้อนขอแบ่ง 1 ที่นั่ง ชูนโยบายกระบวนการยุติธรรม

13

ที่โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.สกลนคร นายมงคลกิตติ์ มุขสินธารานนท์  สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วย พลโทอัศวิน รัชฎานนท์ รองหัวหน้าพรรค นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัยรุ่งโรจน์ อิบรอฮีม รองหัวหน้าพรรค นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรค ร่วมประชุมกับสมาชิกพรรคไทยศรีวิไลย์ ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดสกลนคร ที่เดินทางมาร่วมประชุมกว่า 200 คน เพื่อรายงานชี้แจงการทำงานของพรรคไทยศรีวิไลย์ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในสภา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรคไทยศรีวิไลย์ และนโยบายทิศทางทางการเมืองของพรรค พร้อมขอเสียงสนับสนุน นายมงคลกิตติ์ มุขสินธารานนท์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว 2 ทนายประจำพรรคไทยศรีวิไลย์ ชาว อ.สว่างแดนดิน คือนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย หรือทนายกุ้ง บุคคลที่เคยทำงานคดีแตงโม และนายบัญชา สุชญา หรือทนายอู๋ ซึ่งทั้ง 2 ยืนยันที่จะร่วมผลักดันในเรื่องปรับปรุงกฎหมายต่างๆเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่สภา

นายมงคลกิตติ์ มุขสินธารานนท์  ส.ส.และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า วันนี้มาประชุมประจำปีรับรองงบดุลและตั้งสาขาพรรคเพิ่มเติมเป็นสาขาที่ 5 และสรรหาผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสกลนคร ของพรรคไทยศรีวิไลย์ และถือโอกาสเปิดตัว 2 ทนายความว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และชูนโยบายของพรรคในเรื่องเศรษฐกิจและยังมุ่งเน้นของเดิมเมื่อปี 2562 คือเรื่องปราบโกงปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและปกป้องคนจน ให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปกระบวนการความเท่าเทียมกี่ยวกับระหว่างเรื่องสืบสวนกับพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้แยกกัน อาทิตย์หน้าจะให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขสืบสวนคดีอาญา 2565 ฉบับใหม่ ซึ่งเดิมทีรัฐบาลจะต้องทำแต่รัฐบาลยังถ่วงอยู่ไม่ยอมเอาเข้าสภา เราก็จะใช้ ส.ส.ในการเสนอแก้ไขกฎหมายเช่น สมมุติถ้ากรณีที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนก็ให้อัยการร่วมด้วย อีกส่วนหนึ่งให้ทนายของรัฐตั้งองค์กรหนึ่งให้มีส่วนร่วมในการหาหลักฐานสามารถเปิดช่องกฎหมายให้ภาคประชาชนหรือ Social เข้ามามีส่วนช่วยหาหลักฐานพยานได้

ส่วนงานพิสูจน์หลักฐานก็อาจจะต้องแยกไปอยู่กระทรวงยุติธรรม นิติเวชของตำรวจอาจจะไปอยู่กับกระทรวงสาธาณสุข อย่างน้อยก็ได้ปฏิรูปกระบวนการที่ทำให้การต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรมเท่าเทียมกันระหว่างคนจนและคนรวย อีกอันนึงคือนโยบายเรื่องการอัดฉีดในระบบเศรษฐกิจโดยการเพิ่ม GDP 20% ภายใน 1 ปี ก็คือการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบครัวเรือนทั้งหมด 250,000 บาท ต่อครัวเรือน รวมทั้งหมด 13,200,000 ครัวเรือน ก็ 66 ล้านคน  แต่หนี้ดังกล่าวไม่เป็นหนี้สาธารณะ เพราะว่าเราให้ผ่อนชำระเดือนละ 5,208 บาท เพื่อให้เอาเงินไปทำธุรกิจส่วนตัวไปใช้หนี้นอกระบบเอาไปทำอะไรในครอบครัว แต่หมายความว่าในครอบครัวต้องรับผิดชอบด้วยจะได้ไม่เป็นหนี้สูญ ก็อีกอันนึงก็คือนโยบายในการหาเงินใต้ดินมาอยู่บนดินอย่าง เช่น การเก็บภาษีหวยใต้ดินให้รัฐรับเองแล้วก็คาสิโนถูกกฎหมายทั้งออนไลน์ออฟไลน์ พวกนี้เราจะสามารถนำเงินมาใช้หนี้สาธารณะมาทำสวัสดิการผู้สูงอายุ เดือนละ 3,000 บาท

นายมงคลกิตติ์  กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งข้างหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์สนับสนุนตนเป็นแคนดิเดตนายก ตามกฎหมายสมมุติถ้าพรรคเราได้ ส.ส.เกิน 25 คน หากเกิดวิกฤตขึ้นมาแล้วก็สามารถเป็นตัวเลือกกับพี่น้องประชาชนซึ่งพรรคเราไม่ใช่เป็นพรรคนายทุนเป็นพรรคที่ไม่ได้ซื้อเสียงเมื่อไม่ได้ซื้อเสียงก็ไม่จำเป็นต้องถอนทุนคืนก็มีเวลาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ง่ายขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าคะแนนพรรคของเราน่าจะได้หลายล้านคะแนน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้สมัคร ส.ส.เขต เรากะว่าจังหวัดหนึ่งเราก็สู้เต็มๆหนึ่งเขต เช่นที่จังหวัดสกลนคร ก็จะขอแบ่ง 1 ที่นั่ง ขณะที่ในการเรื่องการทำงานคดีความคุณแตงโม พรุ่งนี้ 15 พ.ค.65 คุณอัฉริยะจะพานักประดาน้ำไปพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง เดิมทีเราเคยเอานักประดาน้ำไปเก็บทรายบริเวณที่คาดว่าเป็นจุดตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คราวนี้พี่เขาขอความร่วมมือเรือ 4 ลำเราก็สนับสนุนให้ และนักประดาน้ำทีมอาสาเขาจะมีการบันทึกวีดีโอใต้น้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยาช่วง 10.00 -12.00 น.ที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ซึ่งจะตนไปสังเกตุการณ์ด้วย

จากนั้นนายมงคลกิตติ์ มุขสินธารานนท์  พร้อมคณะเดินทางไปยังวัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร เพื่อกราบสักการะขอพรรูปหล่อเหมือน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายวิปัสนากรรมฐาน เพื่อความศิริมงคลแก่ตนเองและพรรคในการทำกิจกรรมการเมืองขยายฐานคะแนนมายังภาคอีสานด้วยการขอ ส.ส.1 ที่นั่งและยังเป็นครูบาอาจารย์หลวงปู่แสงที่เป็นข่าวในสังคมอยู่ในขณะนี้.

ภาพ-ข่าว วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here