สกลนคร กรมประมงจับมือ 32 ชุมชน อนุรักษ์เพิ่มประชากรปลาพื้นถิ่นกว่า 5 ล้านตัว

11

ที่ท่าน้ำวัดมหาพรหมาโพธิราช บ้านท่าวัดเหนือ หมู่ที่ 3 ตำบลเหล่าปอแดง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้านจากโขงสู่หนองหาร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กว่า 5 ล้านตัว ลงสู่หนองหาร แหล่งน้ำจืดใหญ่สุดในภาคอีสาน ที่จังหวัดสกลนคร พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในหนองหาร  ตลอดจนเยี่ยมชมการดำเนินการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำด้วยระบบเพาะฟักเคลื่อนที่ Mobile hatchery และนิทรรศการความรู้ทางการประมง หลังโครงการแล้วเสร็จคาดว่าจะเพิ่มผลผลิต และคงความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่หนองหารและลุ่มน้ำก่ำ และก่อประโยชน์ในการทำประมงของชุมชน และเป็นแหล่งโปรตีนให้กับประชาชนในอนาคต

นายบัญชา  สุขแก้ว  รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2564 กรมประมงได้ดำเนินโครงการ “ประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน” เพื่อฟื้นฟูผลผลิตสัตว์น้ำคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ระบบนิเวศต้นน้ำและแม่น้ำสาขา ด้วยการร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย ด้วย “ชุดอุปกรณ์เพาะพันธุ์ปลาแบบเคลื่อนที่” (Mobile hatchery) และนำผลผลิตลูกปลาวัยอ่อนที่ได้ปล่อยคืนสู่ต้นน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิด ซึ่ง 2 พื้นที่เป้าหมาย คือ หนองหาร จังหวัดสกลนคร และกว๊านพะเยา จังวหัดพะเยา โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จในเฟสที่ 1 ผลปรากฏว่า สามารถสร้างผลผลิตทรัพยากรปลาไทยและปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้มากถึง 76.79  ล้านตัว สามารถเพิ่มอาหารโปรตีนราคาถูกและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยดึงคนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม

ด้วยเหตุนี้ กรมประมง จึงขยายผลไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่อื่นๆ โดยได้กำหนดชนิดพันธุ์ปลาที่ได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ จำนวน 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มปลากินพืช ได้แก่ ปลาตะเพียน ปลาตะเพียนทอง ปลากาดำ และปลากระแห และ 2.กลุ่มปลาหนัง ได้แก่ ปลาสวาย ปลาเทโพและปลากดเหลือง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการเพิ่มผลผลิตในโครงการนี้ โดยกรมประมงได้มีการสนับสนุนการสร้างแหล่งอาหารสำรองเพื่อรองรับจำนวนลูกปลาที่จะนำมาปล่อย เป็นการเพิ่มอัตราการรอดและการเติบโตของลูกปลาจำนวนมาก หลังจากนำไปปล่อยในพื้นที่แหล่งต้นน้ำ และจะมีการประเมินความชุกชุมการแพร่กระจายและการเติบโตของพันธุ์ที่นำมาปล่อยอีกด้วย ภายใต้การมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่ รองอธิบดีกรมประมง กล่าว.

ภาพ-ข่าว วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here