ศอ.บต.หวังให้เหยื่อไฟใต้ เป็นมือบน ทำงานจิตอาสา ทำภาคใต้สงบ หลังกลับจากอุมเราะห์เปลี่ยนชีวิต

5

นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต ร่วมกับ นายมาหามะ สะเเลมัน บริษัท Intan Expaess นำ ผู้แสวงบุญฮัจย์เล็ก หรือ อุมเราะห์ จำนวน 112 คน จากจังหวัดปัตตานี 29 คน ยะลา 43 คน นราธิวาส 45 คน สงขลา 4 คน สตูล 1 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  เดินทางกับบ้าน อย่างปลอดภัย  ในแบบ New Normal โดยทาง ศอ.บต. ได้จัดรถบัสนำผู้แสวงบุญกลับบ้าน จังหวัดปัตตานี

 นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต กล่าวว่า เป็น 20 วันที่มีที่ทุกคนมีความสุขมาก กิจกรรมนี้เราเตรียมกันมา 2-3 เดือนระดมทุกภาคส่วนมาร่วมกัน เรื่องนี้คุยกันเยอะมากท่ามกลางสถานการณ์ covid เราจะไปกันได้อย่างไร ไปแล้วถ้ามีโควิตเยอะเราจะจัดการยังไง เราระดมผู้เชียวชาญเรื่องนี้มาช่วยเราเยอะมาก จนกระทั่งอัลฮัมดุลิลละห์ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ทำให้พวกเราไปได้ จบภารกิจ

 วันนี้เราพร้อมที่จะขึ้นรถกลับบ้านแล้ว ดูสายตาดูแววตาของผู้ที่ได้รับผลกระทบ คุยกับคนไหนน้ำตาคลอคนนั้น เขาตื้นตันใจ เขาดีใจมาก คุยกับคนไหน ต่างพูดไม่ออก สะอื้นกันเลยทีเดียว เขาดีใจที่ได้มา เยือนบ้านของอัลลอฮ์ ได้มีโอกาสไปเยือนสุสานของท่านศาสดา คุยกับคนไหนเขาเปี่ยม ไปด้วยน้ำตา ต่างก็สะท้อนให้ฟังว่าถ้ารัฐบาล ไม่เปิดโอกาส ถ้า ศอ.บต. ไม่เปิดโอกาส และอัลลอฮ์ตอบรับ พวกเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ไปเยือนบ้านของอัลลอฮ์ พวกเขาบอกว่าเป็นการเยียวยาที่ตรงจุดที่สุด ตรงเป้าหมายและถูกใจพวกเขามากที่สุด พวกเขาฝากขอบคุณรัฐบาลฝากขอบคุณศอ.บต.ด้วย

 นอกจากนี้ที่ยังได้รับเสียงสะท้อนมาว่าหนึ่งในดูอาร์ที่พวกเขาได้ขอก็คือขอให้พื้นที่ภาคใต้เกิดความสงบสุข ขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเป็นเหตุการณ์สุดท้ายไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก และได้ขอให้พี่น้องของเราปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่   เราอยากจะให้เขาเปลี่ยนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากที่เคยเป็นผู้รับ มาเป็นมือบนที่เป็นผู้ให้  เพราะอุมเราะห์ถูกตอบรับก็คืออุมเราะห์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง  อย่างน้อยสามารถกลับไปบอกเล่าคนอื่นในชุมชนว่ารัฐบาลได้ดูแลใส่ใจ พี่น้องเข้าใจในวิถีชีวิตของทุกคน อยากให้บ้านเมืองของเราสงบ หลังจากนี้ทุกคนช่วยกันเป็นจิตอาสาช่วยกันเป็นคนดีช่วยทำในสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในพื้นที่ก็จะทำให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

นางยูไมดะ ยูโซ๊ะ อายุ 55 ปี กล่าวว่า พวกเรามีความสุขและดีใจมากที่ได้มาบ้านของอัลลอฮ์ ได้รับโอกาสดีๆจากรัฐบาลและ ศอบต. ขอบคุณทุกคนที่ทำให้พรสมหวังเพราะชีวิตนี้คิดว่าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อย่างแน่นอน วันนี้พวกเรากลับบ้านอย่างมั่นใจว่าจะไม่ได้พาโควิดกลับบ้าน

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here