ศรีสะเกษ หลวงพ่อพุฒพระอาจารย์เทียนชัยจัดยิ่งใหญ่ครบรอบ 22 ปีวันละสังขารหลวงปู่สรวง

6

ที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ  คุณชไมมาศ  ชาติเมธากุล ประธานกรรมการบริษัท สุขภัณฑ์คริสติน่า (ประเทศไทย) จำกัด ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีทำบุญสืบสานพระพุทธศาสนาบูชามหาปูชนียาจารย์ บำเพ็ญกุศลครบ 22 ปี วันคล้ายวันละสังขารหลวงปู่สรวง 8 ก.ย. 2565 โดยมี พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ  วายาโย  ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง  เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ร่วมกับ  พระครูปลัดสุวัฒนวิสุทธิสารคุณ หรือพระอาจารย์เทียนชัย ชยทีโป  เจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม (บาย ตึ๊ก เจีย) จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็น 2 ศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน

ได้นำคณะศิษยานุศิษย์จำนวนประมาณ 1,000 คน ร่วมกันจัดพิธีนี้ขึ้น  ซึ่งคุณชไมมาศ  ชาติเมธากุล  ได้มีการจัดเครื่องบวงสรวงอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยมีคณะบัณฑิตพราหมณ์มาประกอบพิธีบวงสรวงเทพเทวาบูชาคุณหลวงปู่สรวง  มีคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สรวงจากทั่วประเทศพากันนุ่งขาวห่มขาวมาร่วมในพิธี  มีการประกอบพิธีทำวัตรเช้า เจริญจิตภาวนา แผ่เมตตา พิธีทำบุญตักบาตร และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ -สามเณร   มีการจัดพิธีเทวะตาพลี ยกธง จำนวน 9 ต้น รอบมณฑปหลวงปู่สรวง ทั้งนี้เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเทวดาเป็นพิธีที่มีมาแต่โบราณกาล  โดยมี จ.อ.สมควร   สิงห์คำ นายอำเภอภูสิงห์ พร้อมด้วย นายสำเร็จ  ไพรบึง นายก อบต.ไพรพัฒนา นายบุญมี   เสนคราม กำนัน ต.ไพรพัฒนา นำคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนมาร่วมพิธีครั้งนี้

พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ  วายาโย  ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง  เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ศิษย์เอกผู้รับมรดกธรรมของหลวงปู่สรวง และเป็นผู้มีความกตัญญูเป็นเลิศ กล่าวว่า หลวงปู่สรวงได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2542 (ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง) อาตมาภาพจึงได้อัญเชิญสรีระสังขารของหลวงปู่มาไว้ที่ศาลาของวัดไพรพัฒนา พร้อมกับจุดธูปอธิษฐานว่า “หากเป็นความประสงค์ของหลวงปู่ที่จะให้ลูกหลานได้บำเพ็ญกุศลในที่นี่จริงก็ขอให้ดำเนินการไปโดยเรียบร้อย และก็ขอให้มีลูกศิษย์ของหลวงปู่เดินทางมาร่วมบำเพ็ญกุศลโดยทั่วกันด้วย” ซึ่งได้มีการจัดบำเพ็ญกุศลให้กับหลวงปู่มาอย่างต่อเนื่องทุกปี มาจนถึงปัจจุบันนี้  ในปีนี้ หลวงปู่สรวง ได้ครบรอบวันคล้ายวันละสังขารครบรอบ 22  แล้ว คณะศิษย์หลวงปู่สรวง จึงได้ร่วมกันจัดงานพิธีทำบุญสืบสานพระพุทธศาสนาบูชามหาปูชนียาจารย์ บำเพ็ญกุศลครบ 22 ปี วันคล้ายวันละสังขารหลวงปู่สรวง 8 ก.ย. 2565 ขึ้นในวันนี้ 

พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หลวงปู่สรวงเป็นชาวกัมพูชาที่เดินธุดงค์เข้ามาในเขตประเทศไทย แถบชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และจะธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ชาวบ้านที่มากราบจะเรียกขานท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” หรือ “ลูกตาเบ๊าะ” ซึ่งเป็นภาษาเขมร หมายถึงพระดาบส เป็นพระผู้รักษาศีลอันบริสุทธิ์อยู่ตามถ้ำป่าเขาลำเนาไพร หลวงปู่สรวงท่านเป็นพระที่สันโดษ สมถะ มีอุเบกขาสูงสุด ให้ความเมตตากับผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ทุกคน ให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากันหมดไม่ว่าเศรษฐี หรือคนธรรมดา ก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ทุกคนจะได้รับความเมตตาจากหลวงปู่เสมอมา จึงมีผู้มากราบไหว้หลวงปู่เป็นประจำ และจะกลับมาหาหลวงปู่อยู่เสมอ

พระครูโกศลสิกขกิจ ยังกล่าวด้วยว่า หลวงปู่สรวงท่านจะอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบจำวัดอยู่ตามกระท่อมเล็ก ๆ มีกระดานไม้ปูไม่กี่แผ่นแค่พอนอนได้ ซึ่งจะเป็นที่สังเกตของชาวบ้านทั่วไปว่า หากหลวงปู่สรวงท่านไปจำวัดที่แห่งใด มักจะมีเสาไม้สูงปักอยู่ มีเชือกขาวขึงระหว่างกระท่อม เสาไม้หรือต้นไม้ข้างเคียงมีว่าวขนาดโตที่บุด้วยจีวรหรือกระดาษแขวนไว้เป็นสัญลักษณ์ และที่ขาดไม่ได้คือจะต้องให้ลูกศิษย์ก่อกองไฟไว้เสมอ เมื่อใครถวายอะไรมาให้ท่านไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทอง ก็จะโยนเข้ากองไฟจนหมดสิ้น ซึ่งไฟ หรืออัคคีธาตุ ก็เป็นอีกหนึ่งกองกสิณที่พระอริยสงฆ์สายเหนือโลกใช้ฝึกจิต ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ชาวบ้านได้พากันยกย่องท่านว่า เป็นผู้วิเศษแห่งภูตะแบง และเรียกขานท่านว่าเทวดาเล่นดิน เรื่องราวของหลวงปู่สรวงมีเรื่องราวและอภินิหารต่างเล่าขานกันมากมายจากปากต่อปาก ทำให้ชื่อเสียงบุญฤทธิ์ของหลวงปู่สรวงเป็นที่กล่าวขานมาจนทุกวันนี้  หลวงปู่สรวงท่านได้ละสังขารเป็นเวลานาน 22 ปี แต่ว่า สรีระสังขารของหลวงปู่สรวงไม่ได้เน่าเปื่อย อาตมาภาพได้เก็บรักษาสรีระสังขารของหลวงปู่ไว้ในโลงแก้ว ภายในมณฑปที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งจะมีบรรดาศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนชนพากันมากราบไหว้ขอพรจากหลวงปู่กันอย่างต่อเนื่อง และมักจะได้รับโชคตามที่ขอพรเอาไว้เป็นประจำอยู่เสมอ

ภาพ / ข่าว  ศิริเกษ   หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here