ศรีสะเกษ ลูกชายติดยาบ้าอาละวาดตีกกหูแม่เย็บ 5 เข็มลักข้าวของไปขายซื้อยาบ้ามาเสพ

3

จากกรณีที่มีการโพสต์ในสื่อโซเชียลว่า ที่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 20 บ้านขนวน ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษว่า ลูกชายภายในบ้านติดยาเสพติดและได้พังทำลายข้าวของภายในบ้านทำร้ายแม่ตายายและลักทรัพย์สินภายในบ้านไปขายนั้น เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 20 บ้านขนวน เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวประตูด้านหน้าบ้านปิดไว้ส่วนภายในบ้านที่เกิดเหตุประตูหน้าบ้านปิด ลักษณะคล้ายกับไม่มีคนอยู่ จากการสอบถามจากเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงทราบว่า คนในบ้านประกอบด้วย แม่ ตา และยาย  ทุกในครอบครัวทั้งหมดได้ย้ายหนีไปอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง เนื่องจากไม่สามารถที่จะทนกับพฤติกรรมของลูกชายที่ทำร้ายร่างกาย ทำลายสิ่งของภายในบ้านได้

นางหนูสิน แม่ของผู้ก่อเหตุเล่าว่า ก่อนหน้านี้นายภาณุพงศ์ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและเป็นลูกชายของตน เป็นเด็กดีเรียนหนังสือเก่งมาก ต่อมาได้ไปเรียนหนังสือระดับปริญญาตรีอยู่ที่กรุงเทพและเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วย ขณะที่เรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพ นายภาณุพงศ์ได้ติดยาทำให้เรียนหนังสือไม่จบ มีภรรยาและลูกชาย 1 คน อายุ 4 ขวบ  จึงได้พาภรรยาและลูกชายกลับมาอยู่บ้าน เมื่อกลับมาอยู่บ้าน นายภาณุพงศ์ มีอาการหนักกว่าเดิมและเสพยามาก ทำให้ภรรยาแยกทางไปทิ้งลูกชายให้อยู่กับนายภาณุพงศ์  ซึ่งตนต้องรับภาระในการเลี้ยงดูแทน  ต่อมานายภาณุพงศ์ จะมีการเสพยาหนักยิ่งขึ้น โดยก็จะขอเงินจากแม่และญาติพี่น้องเพื่อไปซื้อยามาเสพ หากขอเงินตนและยายไม่ได้ก็จะทุบทำลายของภายในบ้านและทำร้ายร่างกายตนจนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่กกหูต้องเย็บถึง  เข็ม และด่าว่ายายซึ่งอายุ 85 ปี  มีอาการหลังค่อมพิการ และตา อายุ 85 ปี ซึ่งพิการหูหนวก อาการติดยารุนแรงมาก หากวันใดที่นายภาณุพงษ์ขอเงินแม่ ตา ยายไม่ได้ก็จะอาละวาดพังทำลายทรัพย์สินภายในบ้านเป็นแบบนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว ทั้งมีการลักเอาทรัพย์สินในบ้านไปขายเพื่อซื้อยามาเสพด้วย  โดยมีอาการเสพยาหนักมากเมื่อ  2 ปีที่ผ่านมาทำให้ทุกคนภายในบ้านพากันหนีไปอยู่ที่อื่นกันหมด ตนเคยแจ้งไปยังสถานที่ตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย เพื่อให้ตำรวจมาจับตัวไปดำเนินคดีในข้อหาเสพยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปและได้รับโทษจำคุก 45 วัน เมื่อพ้นคุกออกมาได้แล้วก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิมและรุนแรงกว่าเดิม ตนจึงอยากขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลือโดยด่วนด้วยเนื่องจากว่าขณะนี้ครอบครัวของตนทุกคนได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของนายภาณุพงศ์เป็นอย่างมาก

นางสาวสุวัชราภรณ์ จันทบุตร อายุ 35 ปีซึ่งเป็นพี่สาวของผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ตนกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่และเห็นว่าบ้านเรือนสกปรกรกรุงรังมาก จึงจะเข้าไปทำความสะอาดบ้านปรากฏว่า ตนได้โดนนายภาณุพงศ์ดุด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายอย่างรุนแรง เนื่องจากนายอนุพงษ์ต้องการที่จะนอน แล้วตนได้ทำความสะอาดทำให้เกิดเสียงดังจึงได้มีการทะเลาะกันรุนแรงมาก ตนได้รีบวิ่งหลบหนีออกมาจากบ้านเนื่องจากว่านายภาณุพงศ์พกมีดปลายแหลมขนาดเล็กอยู่ที่เอว ตนหวาดกลัวว่าจะโดนนายภาณุพงศ์ทำร้ายจึงได้วิ่งออกมาจากบ้านและได้แจ้งให้ตำรวจทราบโดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งตนได้ถ่ายคลิปหลักฐานที่บ้านเรือนโดนนายภาณุพงศ์ทำลายทรัพย์สินเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย

เมื่อเกิดเหตุนายภาณุพงศ์อาละวาดทุกครั้งตนจะต้องไประงับเนื่องจากว่าตนมีศักดิ์เป็นป้าของนายภาณุพงศ์ด้วย แต่เมื่อตนไปยังที่เกิดเหตุนายภาณุพงศ์ก็จะหยุดอาละวาดและวิ่งหนีหายออกไปหลังบ้านเมื่อตนกลับออกมาจากบ้านแล้ว นายภาณุพงศ์ก็จะกลับเข้ามาอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด พอวันใหม่ก็ทำแบบนี้ขึ้นมาอีกซึ่งตนได้เคยแจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภออุทุมพรพิสัยเนื่องจากได้รับมอบหมายจากผู้ปกครองคือแม่ของนายภาณุพงศ์ที่ก่อเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่ผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุหากผู้ก่อเหตุถูกทำร้ายมีบาดแผลพ่อแม่ของนายภาณุพงศ์อาจจะเอาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมายังที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อนายภาณุพงศ์ เห็นตำรวจก็จะวิ่งหลบหนีออกไปหลังบ้านหายไป เมื่อตำรวจกลับไปแล้วนายภาณุพงศ์ก็จะกลับมาเช่นเดิมเป็นแบบนี้มาโดยตลอด

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 20 เล่าต่อไปว่า ตนเคยประสานงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลายแห่งเพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาเพื่อจะนำตัวนายภาณุพงศ์ไปบำบัด แต่ว่าไม่สามารถที่จะจับกุมตัวได้ เพราะว่านายภาณุพงศ์จะวิ่งหลบหนีไปเมื่อเจ้าหน้าที่กลับไปแล้วนายภาณุพงศ์ก็จะกลับมาอยู่ที่บ้านตามปกติเช่นเดิม ตนในฐานะผู้นำหมู่บ้านไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรจึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกส่วนได้เข้ามาให้การช่วยเหลือในเรื่องนี้โดยด่วนที่สุดด้วย/////

ภาพ / ข่าว   ศิริเกษ   หมายสุข  ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here