ศรีสะเกษ ป่าไม้และทหารปะทะเดือดขบวนการทำไม้ชายแดนไทยกัมพูชา - อาสาไทยยืนยัน เว็บสารคดีข่าวเชิงลึกและไลฟ์สไตล์
อาสาไทยยืนยัน

ศรีสะเกษ ป่าไม้และทหารปะทะเดือดขบวนการทำไม้ชายแดนไทยกัมพูชา

นี่เป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ สนธิกำลังกับ ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 3  และทหารพรานร้อย 2601  ได้พบการลักลอบตัดไม้ตะเคียน  บริเวณป่าทางทิศตะวันตก ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ทับซ้อนเขตป่าถาวร ฝั่งซ้ายห้วยศาลา” ท้องที่ตำบลดงรัก  อำเภอภูสิงห์  จังหวัดศรีสะเกษ  ห่างจากชายแดนไทย – กัมพูชา  ประมาณ 200 เมตร

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อจะเข้าไปจับกุม  แต่ปรากฏว่า  ขณะจะเข้าจับกุม ได้มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ทำหน้าที่คุ้มกันการลักลอบตัดไม้  ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่   จึงได้มีการยิงปะทะกับกลุ่มลักลอบตัดไม้เสียงปืนดังสนั่นป่า และต่อมาปรากฏว่า ได้มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ามาเสริมกำลังพร้อมกับเสียงรถยนต์ และเสียงปืนดังมาสมทบกับขบวนการทำไม้ที่กำลังปะทะกันอยู่ 

จากการเสริมกำลังของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่และทหาร ต้องพากันถอยร่นออกจากบริเวณที่เกิดเหตุปะทะ และ สามารถจับกุมชาวกัมพูชาได้ 1 คน พร้อมด้วย อาวุธปืนอาร์ก้า 1 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 6 นัด  เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง  ไม้ตะเคียนทอง จำนวน 1 ต้น ได้ถูกตัดโค่นและแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ทั้งหมด 35 ท่อน/

ซึ่งการปะทะกันในครั้งนี้  ปรากฏว่า  ร้อยโทศิวะเทพ บุญล้อม ถูกกระสุนปืนฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าที่บริเวณหลังด้านซ้ายทะลุด้านหน้า เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาและปืนของกลางที่ยึดได้ออกจากพื้นที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนชาวกัมพูชา ทราบชื่อคือ   นายแง็น  โสแว้ย  อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย  ประเทศกัมพูชา   ให้การเบื้องต้นอ้างว่า พวกตนมาทั้งหมด 5 คน ใน 5 คนนั้นมี 2 คนเป็นทหารกัมพูชา มีหน้าที่คอยคุ้มกัน อีก 2 คน มีหน้าที่โค่นไม้และแปรรูปไม้ ส่วนตนมีหน้าที่แบกไม้เท่านั้น  ตนไม่ได้เป็นคนตัดโค่นต้นตะเคียนดังกล่าวแต่อย่างใด  รวมทั้งไม่ได้เลื่อยตัดไม้  ไม่ได้ใช้อาวุธปืน อาก้ายิงเจ้าหน้าที่ และปืนไม่ใช่ของตนอีกทั้งตนไม่ใช่ทหารกัมพูชา การยิงเพื่อต่อสู้นั้นมาจากชุดคุ้มกัน ซึ่งเป็นทหารกัมพูชาและเป็นคนที่นำชี้ให้ตนมารับจ้างแบกไม้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังไม่ปักใจเชื่อ และได้นำเสื้อผ้ารอยนิ้วมือไปตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานพร้อมกับปืนอาก้าที่ยึดมาได้

และแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา ถึง 7 ข้อหาหนัก และได้ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

ด้านพันเอกลิขิต สมานมิตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2  ได้สั่งการให้นำตัวผู้ต้องหาและนำอาวุธปืน อาก้า ซึ่งได้ขออายัดตัวผู้ต้องหาและของกลาง ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ โดยใช้อำนาจทางการทหารเพื่อขยายผลให้ผู้ต้องหานำชี้หาตัวผู้ที่ซุ่มยิง  ร้อยโท ศิวะเทพ บุญล้อม จนได้รับบาดเจ็บ  และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม พร้อมทั้งจะได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ทุกส่วนเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุปะทะกันอีกครั้ง และอาจจะต้องมีการเจรจาต่อรองกับทหารหน่วยความมั่นคงของกัมพูชา เพื่อให้สั่งห้ามมิให้มีการตัดไม้และล่าสัตว์ป่า ในเขตชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดนอีกต่อไปด้วยเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ไม่ให้เกิดมีขึ้นอีกต่อไป

 ภาพ / ข่าว ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ

Tags

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close