ศรีสะเกษ คืบหน้า แม่ขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิง ยืนยันลูกชายเป็นคนดี ขณะที่ต้นสังกัดโทรศัพท์ประสานงานเพื่อร่วมประกอบพิธีฌาปนกิจศพ

19

จากกรณีที่ พลอาสาประยงค์ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เชาวนี  ภรรยาของตัวเองเสียชีวิต ที่ลานจอดรถที่หน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ที่วัดพระใหญ่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  นางคำมี พร้อมด้วย ญาติพี่น้องได้นำศพของพลอาสาประยงค์ อายุ 34 ปี ซึ่งก่อเหตุยิงภรรยาและยิงศีรษะตัวเองเสียชีวิตที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์  ออกจาก รพ.ศรีสะเกษ มาที่วัดพระใหญ่  เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยศพของพลอาสาประยงค์สวมชุดปกติขาว  จากนั้น สัปเหร่อได้ประกอบพิธีมัดตราสังข์ และนำผ้าขาวมาคุมร่างเอาไว้ เพื่อจะได้ประกอบพิธีนำศพใส่โลง โดยมี  ร.ต.อ.ภาคิน ขันติวงศ์  ร้อยเวรสอบวน เจ้าของคดี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ มาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เสียชีวิต เพื่อประกอบสำนวนคดีตามกฎหมาย และมีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาร่วมพิธีด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด

น้องชายคนเล็กของ พลอาสาประยงค์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วย พลอาสาประยงค์  และนางคำมี  ซึ่งเป็นแม่ จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งพี่ชายของตนคือ พลอาสาประยงค์ต้องการที่จะคืนดีกับ น.ส.เชาวนี และจะชวนกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ว่า น.ส.เชาวนีไม่ยินยอม และนัดหมายจะพากันไปหย่าในวันที่เกิดเหตุ แต่ขณะที่จะหย่ากันกำลังรอคิว ได้มีการโต้เถียงกัน ซึ่งตนฟังไม่รู้เรื่องเนื่องจากเป็นภาษาถิ่น จากนั้นได้ลงมาที่ลานจอดรถ น.ส.เชาวนีได้ขึ้นไปบนรถปิคอัพเพื่อที่จะขับออกไป และบอกให้นางถวิล อารีย์ ซึ่งเป็นแม่ขึ้นรถ แต่ทันใดนั้น ตนเห็นพี่ชายของตนกำลังโกรธมาก และได้ไปคว้าเอาปืนออกมาจากกระเป๋า แล้วยิงไปที่ น.ส.เชาวนี ตนเห็นเช่นนั้นจึงได้ดึงแขนนางคำมี ซึ่งเป็นแม่ของตนวิ่งหนีออกไปจากที่เกิดเหตุด้วยความตกใจสุดขีด ต่อมาจึงทราบว่าพลอาสาประยงค์ พี่ชายตนเองได้ยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว

ทางด้าน นางคำมี ลายคราม อายุ  53  ปี แม่ของพลอาสาประยงค์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกว่า ปกติแล้ว พลอาสาประยงค์ ลูกชายของตนเป็นคนสุภาพเรียบร้อย และเคร่งในระเบียบวินัยของทหารมาก ก่อนเกิดเหตุพวกตนได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ  โดยมีพลอาสาประยงค์เป็นผู้ขับรถ เมื่อกลับมาถึงบ้านที่บ้านกระแชง ก็ได้ไปเจรจาพูดคุยกับฝ่ายหญิงที่บ้านของฝ่ายหญิง แต่ว่าฝ่ายหญิงไม่ยินยอม ยืนยันจะหย่าขาดจากกัน และได้นัดหมายกันไปจดทะเบียนหย่าในวันเกิดเหตุ จนกระทั่วเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดขึ้นมา ทำให้ตนรู้สึกเสียใจมาก ตนฝากขอโทษไปยังพ่อแม่และครอบครัวของฝ่ายหญิงด้วย ที่ลูกชายของตนได้ไปยิน น.ส.เชาวนีจนทำให้เสียชีวิต แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราทั้งสองฝ่ายก็สูญเสียลูกเช่นกัน ตนต้องขอโทษครอบครัวของฝ่ายหญิงที่เกิดเหตุเช่นนี้ ส่วนทางต้นสังกัดของพลอาสาประยงค์ ได้มีการโทรศัพท์มาหาตน เพื่อที่จะมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพด้วย ส่วนจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลกี่วันนั้น รอลูกสาวกลับมาจากกรุงเทพฯ เสียก่อน จึงจะได้หารือกันว่าจะฌาปนกิจศพวันที่เท่าไหร่

ข่าว / ภาพ  ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าวประจำ  จ.ศรีสะเกษ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here