ศรีสะเกษ คืบหน้าชาวบ้าน 3 ชุมชนชุมนุมขอให้ย้ายเจ้าอาวาสวัด ปรากฏว่า เจ้าอาวาสหายไปจากวัดแล้ว

4

จากกรณีที่ พระครูสันติธรรมานุวัตร เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ซึ่งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษได้แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ชาวบ้าน 3 ชุมชน ประกอบด้วยชุมชนผดุงธรรม ชุมชนวัดหลวง ชุมชนวัดเลียบ ได้มีการร้องเรียนว่า เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งเขต อ.เมืองศรีสะเกษ มีพฤติกรรมในด้านการใช้เงินที่ได้เงินมาจากการทอดกฐินไม่โปร่งใส ไม่ยอมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ ไม่ทำวัตรเย็น ไม่ออกไปบิณฑบาต การใช้คำพูดวาจาหยาบคายด่าว่าพระเณรและชาวบ้าน ไม่บริหารดูแลวัด ปล่อยให้วัดสกปรกรกรุงรัง ซึ่งได้มีการเชิญ นายสกล  อุดมสุข ประธานชุมชนวัดหลวง นายบุญชัย  ศรีบุญเรือง ประธานชุมชน นายสุรพันธ์  สมหมายโชติภัทร์ ประธานชุมชนวัดเลียบ พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านและเจ้าอาวาสวัดมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องตามที่มีการร้องเรียนนั้นมีความเป็นมาอย่างไร ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดแห่งหนึ่ง เขต อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นวัดที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า  กุฏิเจ้าอาวาสวัดปิดประตูเงียบ  ไม่พบว่า เจ้าอาวาสวัดอยู่ในกุฏิแต่อย่างใด  สอบถามจากพระเณรภายในวัดก็ไม่ทราบว่า เจ้าอาวาสไปไหน  ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบกับ นางอมรา  ม่วงพิพัฒน์ อายุ  72 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า หลังจากที่ตนและชาวบ้านใกล้วัดแห่งนี้ได้พากันชุมนุมขอให้เจ้าอาวาสวัดลาออกจากตำแหน่งแล้ว ก็ไม่ทราบว่า เจ้าอาวาสวัดไปอยู่ที่ใด  ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง หากไม่จริงตนและชาวบ้านคงจะไม่กล้าที่จะรวมตัวกันทำเรื่องนี้ขึ้นมา  หากว่าเจ้าอาวาสวัดไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งหรือว่าไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น พวกตนกับชาวบ้านทั้งหมดก็จะไม่เข้าไปทำบุญที่วัดและไม่ร่วมพัฒนาวัดอีกต่อไป  และจะทำเรื่องร้องทุกข์ไปยังคณะสงฆ์ผู้ปกครองที่อยู่เหนือขึ้นไปอีก เพราะว่า พวกตนสุดที่จะทนกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว

ทางด้าน นายสกล  อุดมสุข ประธานชุมชนวัดหลวง  ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับวัดแห่งนี้ และเป็นผู้ร่วมลงชื่อกับอีก 2 ประธานชุมชน เพื่อเรียกร้องให้เจ้าอาวาสวัดลาออกจากตำแหน่ง กล่าวว่า  จากการตรวจบัญชีเงินฝากของวัดทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่า เงินของวัดไม่เหลืออยู่เลย รวมทั้งเงินกฐินที่ได้รับมาจำนวนประมาณ 570,000 บาท ก็หายไปหมด  ซึ่งตนได้รับทราบจากคณะผู้ปกครองสงฆ์ว่า ได้มีการพิมพ์หนังสือนำเอาไปให้เจ้าอาวาสวัดลงนามเพื่อขอลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ตนยังไม่ทราบว่า มีการลงนามหรือยัง แต่ว่าพวกตน จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว หากยังดึงดันไม่ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด  พวกตนจะดำเนินการร้องทุกข์ต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อให้เจ้าอาวาสลาออกจากตำแหน่ง หรือว่าย้ายเจ้าอาวาสไปอยู่ที่วัดอื่นต่อไป///

ภาพ / ข่าว   ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here