ศบค.ส่วนหน้า​ ประชุมหน่วยงานทางการศึกษา​จังหวัดชายแดนภาคใต้​ เตรียมพร้อมเปิดเรียน​ On Site

5

ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.ส่วนหน้า)เป็นประธาน“ประชุมติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลการฉีดวัคซีน รวมถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมเปิดสถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบในพื้นที่ 5 จังหวัด​ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูลและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา อย่างเต็มรูปแบบ

 เพื่อกำกับดูแลประสานงานขับเคลื่อนเร่งรัดและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมเปิดสถานศึกษา​ โดยมี​ พลตรีปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์ประสานงาน​และบริหารสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้​  ผู้แทนกลุ่ม​ศึกษาธิการจังหวัด​ 3 จชต.​ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้​ตลอดจนสมาคมสถาบันการศึกษาปอเนาะ​ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมหารือ​บูรณาการ​แนวทางการเปิดเรียนสถานศึกษาในพื้นที่จีงหวัเชายแดนภาคใต้​

พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.ส่วนหน้า) กล่าวว่า​ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญด้านการศึกษา​อย่างยิ่ง​  ครั้งนี้จึงตั้งใจ​มาพบปะหารือ​กับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ​ เพื่อมารับทราบข้อมูล​ ตลอดจนปัญหา​ ข้อขัดข้องต่างๆ​ เพื่อเตรียมเสนอ​ ศบค.ใหญ่​ได้พิจารณา​ ในวันที่​ 13 ธ.ค.นี้​

 โดยสถานการณ์โควิด-19 ใน​พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้​ ในตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ​ แต่ยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ​ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่​ ในจังหวัดปัตตานี​ ยะลา​ นราธิวาส​ มีแนวโน้มอยู่ในช่วงขาลง​ ขณะที่​ สงขลา​และสตูลยอดยังทรงอยู่​ ส่วนการฉีดวัคซีนก็มีความครอบคลุมมากขึ้น​ และจากการหารือ​กับหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่​ เพื่อเร่งรัดให้มีการเปิดเรียนแบบ​ on site นั้น​  ขณะนี้ในพื้นที่​ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีโรงเรียนกว่า​ 5 พันแห่ง​ สามารถเปิดเรียน​ได้เพียง 104 แห่ง​เท่านั้น​​ ที่ประชุมจึงได้หารือ​เสนอให้จัดทำโมเดลปรับหลักเกณฑ์​การเปิดเรียน​On Site​ ของเฉพาะพื้นที่​ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้​โดยคำนึงถึงวิถีชีวิตของประชาชน​ และให้ตรงกับหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาศึกษาธิการ ที่กำหนดเป้าหมายให้มีสัดส่วนผู้ได้รับวัคซีน โควิด-19 แบ่งเป็นสัดส่วนบุคคลากรทางการศึกษา 85%  นักเรียน 85% ชุมชนโดยรอบ 70% หากผ่านการประเมิน ให้ดำเนินการเปิดเรียนในบางพื้นที่ เปิดบางโรงเรียน และเปิดเรียนบางชั้นเรียนก่อนให้ได้มากที่สุด ภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ โดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที6ที่จะต้องเตรียมความพร้อมสอบเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย และหากได้รับการพิจารณา​  คาดว่าจะสามารถเปิดภาคเรียนพร้อมกันทั้งหมดได้ภายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า​

สำหรับภาพรวมการเปิดเรียนของสถานศึกษาทั้ง 5 จังหวัด มีโรงเรียนทั้งหมด 5,528 โรงเรียน มีโรงเรียนที่สามารถเปิด On Site ได้แล้วจำนวน 104 โรงเรียน แบ่งเป็นจังหวัดสตูล 66 โรงเรียน จังหวัดนราธิวาส 36 โรงเรียน จังหวัดสงขลา 12 โรงเรียน จังหวัดยะลา 3 โรงเรียนและจังหวัดปัตตานีรวมถึงโรงเรียนอื่นๆที่ไม่สามารถเปิดเรียนได้จำนวน 5,411 โรงเรียน

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here