ลำปาง – ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติย้ำเลี้ยงแพะสามารถสร้างฐานรากที่แข็งแรงให้เกษตรกรได้

4

 ที่“ฟาร์มในสวน”แพะ – แกะ ล้านนาเขลางค์นคร ของนายฤทธิพร อยู่สบาย ซึ่งเป็นที่ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงแพะบ้านทุ่งคาใต้ ตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เป็น1ใน10ของเกษตรกรบ้านทุ่งคาใต้ที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ แพะ-แกะ ล้านนาเขลางค์นคร ซึ่ง สภาเกษตรกรจังหวัดลำปางผลักดันให้เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแจ้ห่มขณะนั้นประสบปัญหาเรื่องน้ำ ปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และพื้นที่การเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่บนที่สูงจึงไม่มีน้ำ และบางส่วนปลูกพืชชนิดอื่นมายาวนานแต่ก็ขาดทุนเนื่องจากต้องใช้ทุนจำนวนมาก

สภาเกษตรกรจึงผลักดันให้เกษตรกรที่สนใจรวมกลุ่มตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และหันมาเลี้ยงแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ เพราะแพะลงทุนน้อย ผลตอบแทนไว และเลี้ยงง่าย ซึ่งบ้านทุ่งคาใต้มีเกษตรกรเข้าร่วมกลุ่ม10 คน รวม10ฟาร์ม ได้รับการสนับสนุนเงินทุนก้อนแรกจากโครงการเงินกู้ยืมกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร รายละสองแสนบาท โดยได้แพะแม่พันธุ์20ตัว พ่อพันธุ์1ตัว และโรงเรือนแพะ ส่งเงินกู้คืนในปีที่สาม โดยนายฤทธิพร บอกว่า กลุ่มของตนเองเริ่มต้นจากศูนย์คือไม่รู้เรื่องแพะเลย แต่อยากทดลอง โดยมีหน่วยงานทั้งสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ปศุสัตว์ เข้ามาให้ความรู้ตลอด

 ทุกวันนี้สามารถรักษาแพะ ดูอาการแพะ เจาะเลือดแพะตรวจได้เองทั้งหมด และที่ดีใจมากคือ วันนี้ย่างเข้าปีที่สอง ฟาร์มของตนเองและกลุ่มสามารถผ่านการรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรคบรูเซลลาในแพะเนื้อ ระดับ A ได้แล้ว ซึ่งทำให้การขายแพะในกลุ่มของตนเองสามารถขายได้ทั้งในและต่างประเทศ และที่สำคัญคือขายได้ราคาดี เกษตรกรสามารถตั้งราคาเองได้ ขณะนี้ตนเองสามารถขายแพะไปได้แล้วเกือบ 70,000 บาท ขณะที่มีแพะเพิ่มขึ้นมาเกือบ60ตัว ตั้งท้องอีกกว่า10ตัว ซึ่งถือว่าสามารถคืนทุนที่กู้ยืมมาได้แล้ว ตนเองวางแผนจะเลี้ยงแม่พันธุ์ให้ได้100ตัว และจะขยายเพิ่มอีก2ฟาร์ม ในส่วนของกลุ่ม นอกจากจะเลี้ยงขายพ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ ขนะนี้ยังนำมูลแพะหรือขี้แพะ มาทำเป็นปุ๋ยบดละเอียด 100% ออกจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มด้วย และได้วางแผนเพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของอำเภอแจ้ห่มอีกด้วย

ที่สำคัญคือหากโครงการนี้เดินหน้าต่อไป ทั้งข้าราชการ รัฐบาลเห็นความสำคัญ และส่งเสริมสนับสนุนต่อจะสามารถสร้างฐานรากที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรได้มาก และที่สำคัญคือเป็นปัจจัยสำคัญคือลดหมอกควันได้อย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะแพะ-แกะ สามารถกินใบไม้ทุกชนิดในป่าได้ซึ่งใบไม้แห้งในป่าเป็นสาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้และหมอกควันทุกปี  และย้ำว่าขณะนี้ฟาร์มที่นี่ได้รับการรับรองเป็นฟาร์มมาตรฐาน คือปลอดโรคบลูเซซลาระดับAนั่นคือแพะที่นี่ไม่มีโรค เกษตรกรที่ต้องการหาซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สามารถมาเลือกซื้อตัวสวยๆได้ คาดหวังว่าในอีก3-5ปี จังหวัดลำปางน่าจะมีประชากรแพะนับหมื่นตัว

นั่นหมายความว่าจะสามารถสร้างฐานรากให้กับเกษตรและเป็นทางเลือกซึ่งในอนาคตจะเป็นทางหลักได้  “การเลี้ยงแพะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ปัจจุบันซื้อขายกัน แพะขุน แพะเนื้อ ราคากิโลกรัมละ 120 บาท อดอาหาร1วัน ถือว่าราคาดีมากและราคาไม่เคยตก หากเป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ที่สวยๆงามๆสามารถขายได้ถึงตัวละ1-3หมื่นบาท อยากเชิญชวนเกษตรกรที่อยากหาทางออกให้กับชีวิตตัวเอง หรือมีที่อยู่แล้วพอมีทุนอยู่บ้าง สามารถมาศึกษา เรียนรู้ได้ สภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้และให้เกษตรกรตัวจริงที่เลี้ยงแพะจริงๆมาเป็นวิทยากรช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ โดยสอบถามได้ที่สภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดลำปาง”

ภาพ-ข่าว อัมรินทร์ วะนะวิเชียร จ.ลำปาง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here