ลพบุรี เริ่มแล้ว “รถไฟลอยน้ำ รอบปฐมฤกษ์ในสัปดาห์แรกของปี” ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

15

สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยว กับขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , จังหวัดลพบุรี และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมเดินทางสัมผัสลมหนาวเส้นทางอันซีน หนึ่งเดียวของเมืองไทย นั่งรถไฟลอยน้ำสุดโรแมนติก กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ภายหลังสถานการณ์โควิด 19 ในพื้นที่เริ่มผ่อนคลายลง ภายใต้กิจกรรม “ตามรอยพระบาท เที่ยวเขื่อนของพ่อ” ซึ่งได้เริ่มเดินรถเที่ยวแรกเป็นปฐมฤกษ์ใน วันเสาร์ และอาทิตย์ ที่ผ่านมา

ซึ่งขบวนรถพิเศษ นำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีสถานีต้นทางจากหัวลำโพง กรุงเทพฯ และ สถานีปลายทาง ณ แหล่งท่องเที่ยวรถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางสัมผัสกับเส้นทางท่องเที่ยว “รถไฟลอยน้ำ หนึ่งเดียวของเมืองไทย” ในทุกๆ วันเสาร์ และอาทิตย์ ตลอด เดือนพฤศจิกายน 2565 – มกราคม 2566 โดยเริ่มรอบปฐมฤกษ์ของปีทั้ง 2 วันที่ผ่านมา ต้องลากยาวถึงวันละ 17 โบกี้ แต่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน จากเดิม วันละประมาณ 1,200 คน เหลือเพียงวันละ   700-800  คน ต่อวัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการ ป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะเปิดให้บริการแบบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดจัดในทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2565 – มกราคม 2566 รวม 24 วัน เพื่อช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้ตามนโยบายของรัฐบาล ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็งสู่เศรษฐกิจฐานราก และชุมชนให้กลับมามีความเข้มแข็งยั่งยืน

ซึ่งขบวนรถไฟจะหยุด ณ จุดชมวิว เป็นเวลา 20 นาที ให้นักท่องเที่ยวลงถ่ายภาพ ซึ่งเป็น ไฮไลท์ สำคัญของทิปนี้ เนื่องจากเป็นทริปพิเศษ เข้าสู่บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบวิถีชีวิตชาวเขื่อน และสนุกสนานกับขบวน “รถไฟลอยน้ำ” ที่ทอดยาวข้ามไปบนอ่างเก็บน้ำ เหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นับเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ ของการรถไฟไทย

 ทั้งนี้ ทางการรถไฟ ยังเปิดโอกาส ให้นักท่องเที่ยวได้ แวะลงเลือกซื้อสิ้นค้า ชิม ช๊อป สินค้าพื้นเมือง OTOP  ซึ่งมีทั้งของกิน ของฝาก ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของพื้นบ้าน บริเวณชานชรา ที่สถานีบ้านโคกสลุง (โคก-สะ-หลุง) เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชาวชุมชนในช่วงนี้ เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นขบวนรถไฟก็จะเดินทางกลับมายังสถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมต่างๆ  บริเวณพื้นที่โดยรอบของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยขบวนรถไฟเที่ยวกลับ จะออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในเวลา 15.30 นาฬิกา

 สำหรับประวัติขบวนรถไฟลอยน้ำ เดิมเป็นทางรถไฟสายกรุงเทพ บัวใหญ่ หนองคาย อยู่ในบริเวณลุ่มน้ำป่าสักในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และต่อมาพื้นที่ดังกล่าวถูกพัฒนาเป็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อใช้กักเก็บน้ำ แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมกับมีการสร้างทางรถไฟยกระดับขึ้นเหนือน้ำเพื่อใช้สัญจรไปยังจังหวัดต่างๆ ได้ ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟวิ่งลัดเลาะไปตามขอบของอ่างเก็บน้ำ  และมองออกไปนอกหน้าต่างจะดูคล้ายกับรถไฟแล่นไปบนผิวน้ำ ขบวนรถไฟนี้จึงได้ชื่อว่า “รถไฟลอยน้ำ”

นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี กล่าวว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับขบวนรถไฟ ขบวนพิเศษนี้ นอกจากจะได้มีโอกาสเดินทางได้มาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณเขื่อนป่าสัก ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยแล้วะ ก็ยังสามารถเดินทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของชุมชนไทยเบิ่งบ้านโคกสลุง แหล่งท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ บ้านกล้วยไข่ น้ำตกวังก้านเหลือง ถ้าเกิดมาในช่วงของเดือนธันวาคม ก็ยังได้ชื่นชมความสวยงามของดอกทานตะวันบาน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกหนึ่งไฮไลท์ของจังหวัดลพบุรี ด้วยเช่นกัน  

ทั้งนี้ ตารางการเดินรถ เที่ยวไป (ขบวนที่ 921) ขบวนรถไฟออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 06.00 น. จากนั้นหยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่าง ๆ คือ  สถานีสามเสน ชุมทางบางซื่อ บางเขน หลักสี่  ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี ชุมทางแก่งคอย ถึง จุดชมวิว “รถไฟลอยน้ำ” กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขบวนรถจะหยุดกลางสันเขื่อนมีเวลาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ดื่มด่ำกับความงดงาม 20 นาที และเดินทางไปที่สถานีโคกสลุง มีเวลาให้นักท่องเที่ยว ชิม ช๊อป สินค้าพื้นเมือง OTOP  ประมาณ 30 นาที จากนั้นขบวนรถจะพานักท่องเที่ยวมาถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 10.35 น. นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะรับประทานอาหารกลางวันจากร้านค้าของกลุ่มชุมชนท้องถิ่น หรือท่องเที่ยวรอบนอกตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยใช้บริการรถตู้ อัตราค่าบริการท่านละ 70 บาทตลอดเส้นทาง ที่จะนำชมสถานที่ท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน ณ บ้านกล้วย & ไข่ ชมสวนเฟิร์นยักษ์ และถ่ายรูปกับบรรยากาศสไตล์ชิคๆ ที่จุดชุมวิว ณ ไร่ทรัพย์ประยูร และขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวกลับออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 15.30 น. และหยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่าง ๆ คือ สถานีชุมทางแก่งคอย สระบุรี อยุธยา รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ชุมทางบางซื่อ สามเสน ถึงสถานีกรุงเทพฯ เวลา 18.50 น.

ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้ก่อนเดินทางล่วงหน้าได้ ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือระบบ D-Ticket รวมถึงสามารถจองเดินทางเป็นหมู่คณะแบบเช่าเหมาคัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย”

ภาพ-ข่าว สมชาย  เกตุฉาย / รายงาน 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here