รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมติดตามการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชุมพร

12

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และติดตามการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งได้เดินทางไปที่โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มน้ำคลองชุมพร) ประตูระบายน้ำปากคลองขุดใหม่ คลองชุมพร – คลองนาคราช โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานสถานการณ์อุทกภัย และปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชุมพร


สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชุมพร ได้เกิดอุทกภัยในห้วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม 2564 ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง มีพื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอ 60 ตำบล 498 หมู่บ้านทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 15,073 ครัวเรือน 39,947 คน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 259 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 807 ไร่ สัตว์ตาย/สูญหาย 3,765 ตัว พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย 371 ไร่ วัด 30 แห่ง ถนน 605 สาย ท่อระบายน้ำ 85 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 33 แห่ง ฝาย 21 แห่ง นอกจากนั้น ยังมีทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายประมาณ 372,248,287 บาท โดยทางจังหวัดชุมพรได้ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนเฉพาะหน้าแก่ผู้ประสบภัย และได้วางแนวทางโดยจัดทำแผนงานโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยการสร้างงาน สร้างรายได้ และได้จัดทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน


พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใย ในปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร อันเกิดจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนหลายครั้ง ซึ่งการช่วยเหลือหรือฟื้นฟู เยียวยานั้น นอกจากจะต้องดำเนินการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นการเร่งด่วนตามแนวที่ระเบียบและกฎหมายกำหนดไว้แล้ว ยังต้องวางแนวทางให้การช่วยเหลือในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอย่างยั่งยืน ให้น้อมนำแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานไว้มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยแผนงานโครงการจะต้อง แก้ไขปัญหาได้ทั้งในเรื่องของน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเสีย และน้ำเค็ม อย่าคิดเพียงเพื่อ แก้ไขปัญหาด้านใด ด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจแนวคันคลองนาคราช บริเวณตำบลบ้านนา ตำบลขุนกระทิง ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร


ในช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 41 บริเวณทางเข้าวัดพระบรมธาตุสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อตรวจติดตามการแก้ไขปัญหา อุทกภัยที่ผ่านมา โดยรองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งต้องประสบอุทกภัยซ้ำซ้อนหลายครั้ง อุทกภัยที่เกิดขึ้น มีความรุนแรง มีสภาพปัญหาใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เช่น การที่น้ำท่วมทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 41 บริเวณหน้าวัดพระบรมธาตุสวี ส่งผลให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และกระแสน้ำมีความรุนแรง สร้างความเสียหายกับประชาชนที่ตั้งบ้านเรือน หรือประกอบธุรกิจอยู่บริเวณนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบการเดินทาง และระบบขนส่งสู่ภาคใต้ทั้งหมด ในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเส้นทางบริเวณจุดนี้ การกำหนดแผนงานโครงการ ขอได้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสภาพลุ่มน้ำ ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่รับน้ำ ปริมาณน้ำ ทิศทางการไหลของน้ำ สิ่งกีดขวางการไหลของน้ำ และที่สำคัญ ขอให้รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ได้แผนงานโครงการที่เหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน หรือผลกระทบในด้านอื่น ๆ//

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร/ ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here