รถไฟญี่ปุ่น KIHA 183 จาก สถานีกรุงเทพ มาแปดริ้ว ทริป อิ่มบุญ อิ่มอร่อย ช้อปคุ้ม

5

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดทริป อิ่มบุญ อิ่มอร่อย ช้อปคุ้ม  จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มาเมืองแปดริ้ว  รถไฟขบวนนี้ก็ไม่ใช่รถไฟธรรมดา แต่เป็นรถไฟ KIHA 183 ซึ่งการรรถไฟแห่งประเทศไทย รับมอบมาจากรัฐบาลญี่ปุ่น หลังจากรับมอบมาแล้ว ก็ทำการปรับปรุงจนกระทั่งสามารถนำมาให้บริการได้และเส้นทางที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยเลือกให้บริการหลังปรับปรุงรถไฟ KIHA 183 เสร็จแล้ว  คือ สถานีกรุงเทพ มาสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา โดย รฟท. เปิดขายตั๋ว แบบแพคเกจ ท่านละ 1,999 บาท รับเพียง 200 ท่าน เป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมของมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานมูลนิธิฯ และทริปนี้ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ฉะเชิงเทรา มาต้อนรับนักท่องเที่ยวทริปนี้ ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งผวจ.ฉะเชิงเทรา ได้ขึ้นไปบนรถไฟขบวนนี้ สำรวจดูห้องต่าง ๆ เนื่องจากรถไฟ KIHA  ผ่านการใช้งานที่ ฮอกไกโด มานานกว่า 30 ปี แต่ดูสภาพแล้วยังค่อนข้างใหม่ทีเดียว เบาะที่นั่งใหญ่ ชั้นสำหรับวางสิ่งของ ห้องน้ำสะอาด สะอ้าน หน้าต่างกว้างสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้เต็มตาเต็มใจ

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศ ได้ร่วมเดินทางมาด้วย บนรถไฟ คณะของ รฟท. ได้หารือ ร่วมกับ มูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา และ คณะจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ เพื่อนำนักท่องเที่ยว มาเติมเต็มให้ชาวแปดริ้ว โดยเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เป้าหมายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของเมืองแปดริ้วนั่นเอง

ขณะนั่งบนรถไฟ มีการแจก เบนโตะ หรือข้าวกล่องสไตล์ญี่ปุ่น แต่ข้างในเป็นอาหารไทย ซึ่งวัตถุดิบสั่งตรงมาจากแปดริ้ว ได้อารมณ์เหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่น ขบวนรถไฟออกจาก สถานีรถไฟกรุงเทพ เวลา 08.30 น. นั่งกินอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม ชมวิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางด้วยความเพลิดเพลิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.  ก็ถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา มีรถบัส อย่างดีมารับ และแล้วสัญญาณแห่งความสุขก็เริ่มด้นขึ้นแล้วที่แปดริ้ว เมื่อมาถึงแปดริ้ว คณะนักท่องเที่ยวก็ตรงไปที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อกราบนมัสการหลวงพ่อโสธรฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นก็นั่งเรือจากวัดหลวงพ่อโสธร มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งในอดีต เป็นตำหนักของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ใน รัชกาลที่ 5  ซึ่งขณะนั้น ประเทศไทยมีการปกครองแบบสมุหเทศาภิบาล พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา ในอดีตยังเคยเป็นที่ประทับแรมของ ล้นเกล้า ร. 5 และ ร.9 อีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ มีเรื่องราว สิ่งของเครื่องใช้ และความเป็นมาของจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองฉะเชิงเทราแล้ว นักท่องเที่ยว ยังได้เพลิดเพลินกับ การออกบูธสินค้าโอทอป ที่ขึ้นชื่อ ผ้าพื้นเมือง ขนม และที่พลาดไม่ได้เลย คือมะม่วงทั้งน้ำดอกไม้ และขายตึก จาก อ.คลองเขื่อนจากนั้นแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านเอกเขนกติดริมแม่น้ำบางปะกง ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองแปดริ้ว  ช่วงบ่ายไปเที่ยวต่อที่ วัดจีนประชาสโมสร วัดนี้สร้างในสมัย ร.5 โดยชาวไทยเชื้อสายจีน และได้รับพระราชทานชื่อวัดนี้จาก ร.5 ว่า วัดจีนประชาสโมสร  ชาวไทยเชื้อสายจีนเชื่อว่า สถานที่ตั้งของวัดแห่งนี้เป็นส่วนท้องมังกร ใครที่มาสักการะวัดนี้ มักจะประสบความสำเร็จโดยเฉพาะการทำธุรกิจ หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ปิดทริปด้วยการ ไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุข องค์สีชมพู  ณ วัดสมานรัตนาราม ซึ่งเชื่อว่าใครมาขอพรก็มักจะสำเร็จ เพราะท่านคือเทพแห่งความสำเร็จ

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ฉะเชิงเทรา เชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวเมืองแปดริ้วด้วยความยินดียิ่งสำหรับท่านที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวจากกรุงเทพมาแปดริ้วทางรถไฟ KIHA 183 แบบแพคเกจ ONE DAY TRIP สามารถเข้าไปติดตามได้ที่เพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย ชาวแปดริ้วยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง

ภาพ-ข่าว สมศักดิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here