ยโสธร ปิยบุตรเดินทางมารับฟังความเดือดร้อนของกลุ่มลุ่มน้ำเซบายและลุ่มน้ำชี

13

ที่ศาลาประชาคมบ้านเชียงเพ็ง หมู่ที่ 1 ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร นายปิยบุตร  แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และตำบลน้ำปลีก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ และพี่น้องประชาชนเครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด รวมกว่า 200 คน เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ

 เนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกและมีการต่อต้านการก่อสร้างมาโดยตลอดจนกระทั่งมีการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลเสร็จและเปิดโรงงานฯมาเป็นเวลา 2 ปี แล้วก็ได้สร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆโรงงานในรัศมี 5 กิโลเมตร ทั้งปัญหาฝุ่นละออง,เสียง,การจราจรและปัญหาการแย่งน้ำในลำเซบายเพื่อสูบไปใช้ในโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าวจนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 

โดยมี นางมลิจิตร  เอกตาแสง กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาให้รับทราบ จากนั้น นายจันทรา  จันทาทอง เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด และนายนิมิต  หาระพันธ์ กรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร ได้เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำชีตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนยโสธร-พนมไพร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ที่ชาวบ้านในลุ่มน้ำชีทั้ง 2 ฝั่ง ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 11 ปี แล้ว เพราะหลังจากมีการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำชีแล้วทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเป็นบริเวณกว้างและน้ำท่วมขังนานเป็นเวลาหลายเดือนในช่วงฤดูน้ำหลากส่งผลให้นาข้าวรวมทั้งพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องพากันอพยพเคลื่อนย้ายพาครอบครัวหนีน้ำท่วมไปอาศัยหลับนอนตามริมถนนที่เป็นพื้นที่สูง เป็นประจำทุกปี แต่พอถึงหน้าแล้งน้ำก็จะแห้งขอดจนหมดไม่สามารถที่จะทำการเกษตรหรือทำนาได้ ซึ่งชาวบ้านได้พากันเรียกร้องให้ทางภาครัฐให้การช่วยเหลือและแก้ไขมาโดยตลอดระยะเวลา 11 ปี แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด.

นายปิยบุตร  แสงกนกกุล กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมาพบปะกับพี่น้องประชาชนกลุ่มอนุรักษ์ลำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และพี่น้องเครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากเมื่อปี 2562 ในขณะที่ตนยังเป็น ส.ส.และเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและยุติธรรมสิทธิมนุษยชนอยู่ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องและความเดือดร้อนจากการสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ซึ่งตนก็ได้รับหนังสือพร้อมทั้งได้ดันเข้าคณะกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้ว จนล่าสุดตนไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯแล้วแต่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการก็พยายามที่จะลงมาในพื้นที่เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้อยู่ ซึ่งในวันนี้ตนก็ได้เดินทางมาพบปะกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งเพื่อรับทราบปัญหา ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่มีการกระจายอำนาจไปถึงท้องถิ่นเท่าที่ควรโดยอำนาจการตัดสินใจส่วนใหญ่จะมาจากส่วนกลางเป็นหลัก จึงทำให้เกิดปัญหาและไม่ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เท่าที่ควร ซึ่งตนไม่ได้เป็น ส.ส.แล้วแต่ก็จะใช้อำนาจของประชาชนเท่าที่มีอยู่เพื่อนำไปเล่าขยายต่อให้กับคนอื่นทั้งประเทศได้รับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอยู่ให้รับทราบอย่างกว้างขวางต่อไป

ภาพ/ข่าว-ประกาศ ศรีสมบูรณ์ รายงานจากจังหวัดยโสธร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here