ยะลา เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ชี้ ผู้บังคับบัญชาควรตรวจสอบความประพฤติให้ดี ก่อนที่จะเอามาปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต.

4

จากกรณี อส.ทพ.หัสชัยชาญ มีอาการมึนเมา ขาดสติ ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า AK-47กราดยิงบริเวณหน้านาซ่าผับ (NASA Discovery) ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่  11ส.ค.65 เวลา ประมาณ 00.30 น. ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เข้าพูดคุยกับ นายรักชาติ สุวรรณ ที่ปรึกษา เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ถ้าให้พูดถึงเรื่องของยะลา จริงๆแล้วมันไม่ควรที่จะเกิดในหลายๆพื้นที่ ในกรณีที่เป็นเรื่องไม่ดี ไปเมาอาละวาดนำไปใช้อาวุธสงคราม อะไรแบบนี้เราไม่จำกัดเฉพาะทหารทุกกองกำลังประเด็นก็คือทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารพรานมาจาก อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาสอายุแค่ 25 ปี ก็คิดว่าอายุยังน้อย การที่จะมาเป็นทหารพราน ที่จะมาถืออาวุธปืนสงคราม แบบนี้ ส่วนหนึ่งทางต้นสังกัดเอง หรือว่าทางหน่วยงานใหญ่เองถ้าจะรับ คนที่จะมาทำงานเป็นทหารพรานต้องใช้อาวุธปืนสงคราม สิ่งสำคัญต้องดูให้ละเอียดอย่างยิ่ง ต้องมีการตรวจสอบความประพฤติให้ดี ก่อนที่จะเอามาปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้ อีกอย่างการถืออาวุธปืนสงคราม ถ้าเป็นวัยรุ่น อายุน้อยเกินไป ในเรื่องของการตัดสินใจอะไรแบบนี้ ก็อาจจะผิดพลาดได้ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องสำคัญ และก็จะเป็นประเด็นที่สนใจกับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

คือ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ออกมาเที่ยวยามราตรี ออกมาดื่มเหล้า ในตอนกลางคืน แล้วมาจากพื้นที่ไกลๆ แถมยังนำอาวุธปืนสงคราม ใช้ติดตัวมาด้วย อันนี้ได้รับการดูแล หรือ ได้รับการอนุญาตจากใครยังไง ระบบการดูแลการเบิกจ่ายอาวุธปืนสงครามมันเป็นแบบไหน ที่จริงในหลายๆพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นภายในเขตเทศบาลนครยะลา หรือ ว่าในจังหวัดอื่นๆมันเหมาะสมหรือไม่ ที่จะใช้อาวุธปืนสงคราม ในการปฏิบัติหน้าที่ในตัวเมือง ซึ่งมีผู้คนมากมาย มีบ้านเรือน เป็นแหล่งชุมชน มันจำเป็นที่จะต้องใช้แบบนั้นด้วยหรือเปล่า เรื่องนี้ก็ต้องดูอย่างละเอียดเป็นกรณีพิเศษ

ที่ปรึกษา เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้เคยพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องของการใช้อาวุธปืนสงคราม ออกมาลาดตระเวน ในเขตเมือง โดยเฉพาะในตัวเมือง ที่ไม่ค่อยมีเหตุร้าย ในเรื่องของการใช้อาวุธปืนแล้วเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ใช้อาวุธปืนสงครามในการลาดตระเวน ถ้าย้อนกลับไปถามว่าถ้าเกิดมีเหตุร้าย จนนำไปสู่การต่อสู้ ใช้อาวุธปืนสงคราม ในการตอบโต้ มันจะมีผลกระทบจากชาวบ้านหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร หรือ เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกล เป็นพื้นที่ฐานปฏิบัติการ โดยถูกคนร้ายโจมตี มันก็สมควรนำอาวุธปืนสงครามในรูปแบบต่างๆได้ อันนั้นเป็นสิทธิ์ที่จะต้องปกป้องฐานปฏิบัติตัวเอง ต้องเป็นพื้นที่ตัวเองอยู่แล้ว

ขณะที่บรรยากาศภายในศาลาสวดพระอภิธรรม ภายในวัดเมืองยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ได้มีเครือญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จักมักคุ้น ต่างทะยอยเข้าเคารพศพ นายศุภกฤต ทองจรูณ อายุ 29 ปี เป็นวันที่ 2 โดยมี นายพงศธร ทองจำรูญ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพ่อผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย น.ส.ลัดดาวัลย์ ค่ำคูณโกะ อายุ 36 ปี ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิต (ด.ช.ศุภกานต์ ทองจำรูญ อายุ 10 ขวบ บวชหน้าศพของพ่อ , ด.ญ.กมลชนก ทองจำรูญ อายุ 4 ขวบ) และเครือญาติให้การต้อนรับ สำหรับ นายศุภกฤต ทองจรูณ อายุ 29 ปี ผู้เสียชีวิต ครอบครัวและญาติจะทำพิธีฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 15  ส.ค.65 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

ภาพ-ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here