มุกดาหาร เกิดข้อพิพาทญาติของผู้ล่วงลับคัดค้านการสร้างห้องน้ำใกล้อุโมงค์ในสุสาน

15

มุกดาหาร กรณีคณะกรรมการ สุสานของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามได้มีโครงการสร้างห้องน้ำขึ้นภายในสุสานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อมีงานศพจะนำมาทำพิธีตามประเพณีอยู่ในศาลาของสุสานต้องใช้เวลาทำพิธีนานกว่า 2 ชั่วโมงก่อนทำพิธีฝังศพเกิดแขกที่มาร่วมงานต้องการปัสสาวะหรือมีอาการอยากขับถ่ายอย่างฉับพลันโดยไม่สามารถรอหรือกลั้นได้แต่ได้มีญาติของผู้ล่วงลับคัดค้านการสร่างห้องน้ำใกล้อุโมงค์โดยห้องน้ำสร้างเสร็จกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 65 เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนายสาลูฯเป็นหนึ่งในคณะกรรมหาร สุสานของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารได้เชิญบรรดาที่มีอุโมงค์ของญาติใกล้กับห้องน้ำที่คัดค้านการสร้างห้องน้ำภายในบริเวณสุสานมาร่วมกันรับฟังปัญหาและหาทางออกเนื่องจากนายทาย โด่วันที่มีอุโมงค์ฝังศพของบิดาและมารดาอยู่ใกล้กับห้องน้ำและยังมีอีก 4-5 อุโมงค์ที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำโดยญาติก็คัดค้านและนายทาย โด่วันได้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดํารงธรรมและวัฒนธรรม จ.มุกดาหารเรื่องก็ได้ถึง สภ.เมืองมุกดาหาร จึงเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาพบกันที่บริเวณสุสานร่วมกันรับฟังปัญหาและหาทางออกโดยทางฝ่ายคัดคานมาร่วมจำนวน 15 คนไม่พอใจที่สร้างห้องน้ำใกล้กับอุโมงค์ของบรรพบุรุษและบิดามารดาขอคัดค้านซึ่งมันไม่เมาะสมและกล่าวหาว่าขุดหลุมฝังศพของลูกหลานขึ้นมาเพื่อสร้างห้องน้ำโดยทางคณะกรรมการก็ยืนยันว่าก่อนลงมือสร้างห้องน้ำบริเวณดังกล่าวก็มีการสำรวจแล้วว่าไม่มีหลุมศพจึงทำการปักธงแดงมานานกว่า 2 ปีและใช้รถติดเครื่องกระจายเสียงออกประกาศขอให้ญาติผู้ล่วงลับเข้ามาตรวจสอบดูว่าบริเวณจะสร้างห้องน้ำมีหลุมฝังศพของญาติตนหรือไมแต่ก็ไม่มีผู้ใดเข้ามายืนยันว่าบริเวณดังกล่าวมีหลุมศพญาติแต่อย่างใดแต่พอทางสุสานลงมือก่อสร้างห้องน้ำจนใกล้เสร็จจึงมาคัดคานโดยทางผู้คัดค้านกล่าวว่าไม่เคยเห็นธงแดงปักอยู่บริเวณดังกล่าวและไม่เคยได้ยินเสียงประกาศส่วนทางด้านนายสาลูฯกล่าวว่าทางสุสานมีวัตถุประสงค์ที่สร้างห้องน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้องเวลามีงานศพจะมีแขกมาร่วมงานจำนวนมากแต่สุสานแห่งนี้มีมานับ 100 ปีแล้วแต่ไม่มีห้องน้ำเพื่อรองรับแขกที่มาร่วมงานเมื่อจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำเร็งด่วนซึ่งงบประมานก็มาจากผู้ใจบุญใจกุศลบริจาคให้ทางสุสานนำไปสร้างประโยคให้กับส่วนรวมโดยทางผู้คัดค้านต้องการให้ทุบห้องน้ำทิ้งอย่างเดียวแล้วทางสุสานต้องหาปูนทรายมาทดแทนหลุมศพลูกหลานที่ทางสุสานขุดขึ้น ซึ่งจากการพูดคุยกัน เบื้องต้นทั้งญาติของผู้ล่วงลับและคณะกรรมการสุสานก็เข้าใจและพอใจระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายก่อนจบการเจรจาออมชอมทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันและได้นัดพูดคุยอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปในวันจันทร์ที่จะถึงนี้เพื่อหาข้อหยุดตีต่อไป.

ภาพ-ข่าว นิรันดร์ ไชยชุติกาญจน์ มุกดาหาร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here