พัทลุง รังนกอีแอ่นขุมทรัพย์กลางทะเลสาบถูกขโมยลูกนกตายเกลื่อนถ้ำทั้งที่เจ้าหน้าที่เฝ้า 24 ชั่วโมง

24

นายวิสุทธ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ในฐานะ อนุกรรมการจัดเก็บอากรภาษีรังนกอีแอ่นพัทลุง ลงพื้นที่หมู่เกาะสี่ เกาะห้า ในพื้นที่ ต.กาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง พร้อมด้วยคณะอนุกรรม เข้าตรวจสอบภายในถ้ำแหล่งทำรังวางไข่ ของนกอีแอ่น คุณภาพดีที่สุดในเอเชีย หลังจากหมดสัญญาสัมปทาน5  ปี จากบริษัทเอกชนลงเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา  และทางคณะกรรมการจัดเก็บอากรภาษีรังนกอีแอ่นพัทลุง ได้เปิดขายสัญญาสัมปทาน มา แล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรก 500 ล้านบาทเป็นเวลา 5 ปี แต่ไร้ผู้ยื่น ครั้งที่ 2 และ 3เปิดขาย 450 ล้านบาท แต่ยังไร้ผู้ยื่นสัมปทานเช่นกัน จนเกิดช่องว่างในระหว่างสัมปทาน ทำให้ทางจังหวัดต้อง จัดเจ้าหน้าที่ ตำรวจ อส. เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์ที่ 6 และเจ้าหน้าที่ ปภ.อบจ.พัทลุง เจ้าดูแลรักษาความปลอดภัย จำนวน 67 นาย ตั้งแต่ วันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

หลังจากเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตามหน้าถ้ำต่างๆ ในจำนวน 7 เกาะ 100 กว่าถ้ำ พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 64 ที่ผ่านมา พบภายในถ้ำ น่องควาย ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่  มีนกอีแอ่น ทำรังเป็นจำนวนมาก ทั้งรังดำและรังขาว พร้อมทั้งมีไข และลูกนกอาศัยอยู่ในรังเป็นจำนวนมาก ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้เข้าไปภายในถ้ำ ก่อนที่ขโมยรังนกที่อยู่ตามฝาผนังถ้ำไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ลูกนก และไข่นกตกลงมายังพื้นที่ด้านล่างตายเกลื่อน พร้อมกันน้ำยังพบอุปกรณ์  ไม้ไผ่ กระป๋องกาแฟ ซองบะหมี่ถึงสำเร็จรูปและขวดน้ำตกอยู่ภายในถ้ำอีกหลายจุด   ก่อนที่เจ้าหน้าที่เฝ้าหมู่เกาะรังนกได้เข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เกาะนางคำ ไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ฝ่ายอนุธรรมการ ระบุว่า ก่อนหน้าที่จะมีการส่งมอบเกาะ โดยการสำรวจภายในถ้ำน่องควาย พบรังนกมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่วันนี้ถูกคนร้ายแอบเข้าไปขโมย โดยยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ด้วยข้อสงสัยหน้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังเกิดเหตการณ์ลักขโมย อีก ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าหารือกับคณะกรรมการกิจการรังนก และฝ่ายเลขา เพื่อรายงานปัญหา และนำไปสูการแก้ไขไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำและต่อเนื่องอีก  พร้อมทั้งประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ให้กำชับพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง เพื่อตรวจวัตถุพยานของคนร้าย เพราะเชื่อว่า การค้นหาดีเอ็นเอ จากขวดน้ำ หรือกระป๋องกาแฟและซองมาม่า  เป็นวัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์ได้ดี จะไทราบว่าใครคือโจรตัวจริง

นายวิสุทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า กลางวันในการดูแลความปลอดภัยนั้นไม่เท่าไหร่ แต่พอตกกลางคืน นั้นมืด และไม่มีแสงสว่างเพียงพอ จึงได้เตรียมเสนอกรรมการชุดใหญ่เพิ่มไฟสว่างตรงปากถ้ำในยามค่ำคืน พร้อมตั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด อีกครั้งหนึ่ง ไม่นั้นในช่วงที่เกิดช่องว่างสัมปทานจะมีลักษณะแบบนี้ทุกครั้ง จนนำไปสู่ความเสียหายของเกาะรังนกขุมทรัพย์กลางทะเลสาบพัทลุงตลอดมา

ภาพ-ข่าว ไสว รุยันต์ จ.พัทลุง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here