พัทลุง ปลูกแส้เป็นพืชแซมยางสร้างเศรษฐกิจสู่ชุมชน

5

เกษตรกรชาวสวนยางพารานั้น เมื่อต้นยางมีอายุและอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถกรีดได้แล้วนั้น ก็มีความจำเป็นที่จะต้องโค่นต้นยางเก่าเพื่อปลูกใหม่ทดแทน ก็เป็นช่วงระยะที่เกษตรกรสูญเสียรายได้ยาวนานถึง 7 ปี แต่เพื่อสร้างรายได้ทดแทนช่วงแก่ครอบครัว เกษตรกรชาวสวนยางนิยมปลุกขมิ้นแกง ตะไคล้ ข้าวโพด ถัวชนิดต่างๆและปลูกกล้วยไข่แซมยาง แต่เกษตรกรชาวสวนบ้านขาม หมู่ที่ 7 ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง  นอกเหนือจากปลูกพืชทั่วๆไปแล้ว เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 30 ครอบครัว ลงทุนปลูกแส้ ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านเฉพาะถิ่น ปลูกแซมในสวนยางพาราปลูกใหม่ ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตขายได้ตลอดปีและมีตลาดที่แน่นอน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี

นายบัวคลาย เพชรโชติ อายุ 437 ปี เกษตรกรบ้านเลขที่ 180 หมู่ที่ 7 ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง   ที่ประกอบอาชีพปลูกแส้แซมในสวนยางพาราต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี เผยว่า แส้ เป็นพืชผักพื้นบ้านประเภทอาหาร ที่ปลูกได้เฉพาะถิ่น แต่ที่บ้านขามมีการปลูกแส้เพื่อกินเป็นอาหารและส่งขายต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเกษตรชาวสวนยางเพียงหมู่เดียวที่มีการปลูกแส้แซมยางในปัจจุบัน มีเกษตรกรชาวสวนยางหมู่บ้านข้างเคียงก็พยายามที่จะนำไปปลูกแซมยางอยู่บ้าง แต่ประสบปัญหาต้นแส้ใบเล็ก หัวเล็ก ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ปลูกแล้วก็ขายผลผลิตไม่ได้ก็ต้องเลิกไปในที่สุด แต่เกษตรกรชาวสวนยางบ้านขามประมาณ 30 ครอบครัว ยังนิยมปลูกแส้เป็นพืชแซมยาง ในสวนยางของตัวเองและขอใช้พื้นที่สวนยางของเพื่อนบ้าน

ครอบครัวของตนเองนั้น เริ่มปลูกแส้เป็นแซมในสวนยางต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ปัญจุบันของใช้พื้นที่สวนยางของเพื่อนบ้านปลูกแส้จำนวน 3 ไร่ ปลูกปีละ 2 รอบ ได้รับผลผลิตปีละประมาณ 3000- 3500 กก.และมีแม่ค้าในหมู่บ้านรับซื้อส่งขายต่อไปต่างจังหวัดในราคา กก.ละ 30-40 บาท ปลูกแส้พื้นที่ 3 ไร่ ปลูกแบบหมุนเวียน สามารถเก็บผลผลิตขายมีรายได้ตลอดปีใน แต่ละวันจะถอนต้นแส้ขายวันละ 50-80 กกเนื่องจากแม่ค้าจะต้อง รับซื้อแส้ของเกษตรกรรายอื่นด้วย เพราะแม่ค้าก็รับซื้อในปริมาณที่จำกัดหรือวันละประมาณ 200-300 กก. เท่านั้น

สำหรับปัญหาในการลงทุนปลูกแส้แซมยางนั้น มีพื้นที่จำกัดและใช้ที่ดินปลูกแส้ได้เฉพาะช่วงที่ต้นยางมีอายุ 1-3 ปีเท่านั้น เมื่อยางอายุครบ 3 ปี จะต้องหยุดปลูกและจัดหาพื้นที่ปลูกใหม่ เจ้าของสวนยางบางรายก็ไม่ยินยอมให้ปลูกแส้ในร่องยาง  เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็ต้องหยุดประกอบอาชีพ และถ้าหากมีพื้นที่ปลูกต่อเนื่อง การปลูกแส้แซมยางก็เป็นอ่าชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ดีกว่าประกอบอาชีพอย่างอื่น เพราะลงทุนนี้ มีตลาดขายที่แน่นอน       

ภาพ-ข่าว ไสว รุยันต์ จ.พัทลุง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here