พัทลุง คนเมืองลุงอ่านแถลงการณ์จี้ผู้ว่ารับผิดชอบรังนกถูกขโมย ขณะที่ผู้ว่า ปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขโมยรังนก

329

รายงานข่าวคืบหน้ากรณีที่คนร้ายบุกเข้าไปขโมยรังนกอีแอ่นและจุดไฟภายในถ้ำ  ขณะที่ถ้ำรังนกจำนวน 107 ถ้ำ อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง และสร้างความเสียหายไปเป็นจำนวนมาก และประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงออกมาเรียกร้องให้นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ออกมาแสดงความรับผิดชอบและพิจารณาย้ายตัวเองออกไปจากจังหวัดพัทลุง ตามที่ได้เสนอข่าวมาแล้วนั้น

ที่หน้าศาลากลางหลังใหม่จังหวัดพัทลุง นายสุพัฒน์ ชาตรี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด( อบจ.)พัทลุง เป็ฯตัวแทนชมรมประธานสภาและรองประธานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง พร้อมนายสมูรณ์    บุญวิสูตร   ประธานชมรมคนเขาบรรทัดและภาคีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์  ใยการกำหนดทิศทางการจัดการรังนกเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานกรรมการรังนก และเป็นผู้ที่รักษาผลประโยชน์ของชาวพัทลุง ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบทั้งในทางกฎหมายและทางสังคม ร่วมทั้งคณะกรรมการรังนกทุกคน และร้องขอให้เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมารับผิดชอบรังนก ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ทั้งคนลักและผู้สั่งการ  พร้อมทั้งขอให้เปิดโอกาสและสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้หลากหลายภาคส่วน เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการ ดำเนินการ ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น

นายสุพัฒน์ ชาตรี ประธานสภา อบจ.พัทลุง กล่าวอีกว่า สมาชิกชมรมประธานสภาและรองประธานสภาท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง  ซึ่งเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนจังหวัดพัทลุง ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเก็บภาษีอากร  ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทางชมรมเรียกร้องให้ประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด  เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนเมืองลุง

ทางด้านนายกู้ทางด้านนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ชี้แจงผ่านรายการผู้ว่าพบประชาชนว่า กรณีที่ประชาชนออกมาตั้งเวทีปราศรัยที่หน้าศาลากลางจังหวัดและเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน และให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุ งนั้น ต้องบอกว่าภายใน 7 วัน หาตัวผู้กระทำความผิดไม่ทันจริงๆ และการที่จะให้ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นนั้น ตนก็พร้อมที่จะเดินทางถ้าหากกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งย้ายมา จะให้ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย แต่ถ้าหากจะย้ายก็ขอให้ย้ายขาดจากจังหวัดพัทลุง ช่วงนี้มีจำนวน 8 จังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเกศียรราชการและยังไม่มีใครย้ายไปแทน ตนก็พร้อมจะไปอยู่ เพราะเป็นที่รู้กันแล้วว่า ตนทำงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงต่อเนื่องมาแล้วมากกว่า 4 ปี มากกว่าผู้ว่าราชการท่านอื่น

ส่วนการขโมยรังนกอีแอ่นนั้น ยืนยันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย  แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้ติดตามข่าวคนร้ายขโมยรังนกและจะทำอะไรให้เสียหายด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและชั่วมาก จะต้องสืบสวนจับกุมคนร้ายและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนเรื่องที่มีการปล่อยคลิปเสียงในทำนองที่ว่า คนของรัฐเปิดทางให้มีการเข้าขโมยรังนกนั้น ได้ฟังคลิปเสียงตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว และได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยแต่งตั้งกรรมการมาจากส่วนราชการอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเฝ้ารังนก แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้คลิปเสียงที่ปล่อยออกมา ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นเสียงของใคร แต่ก็ต้องแต่งตั้งกรรมการมาตรวจสอบให้เป็นไปตามตามระเบียบ การสืบสวนและตรวจหาดีเอ็นเอนั้น ทางตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจคนงานรับจ้างเก็บรังนกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะต้องเก็บ ดีเอ็นเอ ของเจ้าหน้าที่ผู้ที่เฝ้ารังนกอีแอ่นทุกคนด้วย ผลจะออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามหลักฐานที่มีอยู่ จะไม่มีการช่วยเหลือใครโดยเด็ดขาด

ทางด้านนายเกลื่อม พูลสง ประธานชมรมพิทักษ์ผลประโยชน์จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายพา ผอมขำ และ นายเด่น เทพกล่ำ 2 เลขานายก อบจ.พัทลุง ชวนกันนั่งรถตู้เดินทางออกจากจังหวัดพัทลุง ไปสภาผู้แทนราษฏร เพื่อไปยื่นหนังสือกับประธานกรรมาธิการการ 3 คณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมาธิการการปกครองและกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงมาแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย

ภาพ-ข่าว ไสว รุยันต์ จ.พัทลุง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here