พะเยา สหกรณ์ฯแจงกรณีเตรียมขายสนง.ใหญ่ มูลค่าร่วม 60 ล้านบาท เพื่อโอนเงินเข้าทุนสำรอง

7

นายปรีชา ยะตา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรพะเยาและสมาชิกได้ประชุมและได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวออกไปว่าสหกรณ์เตรียมขายสนง.ใหญ่ มูลค่าร่วม 60 ล้านบาท เพื่อโอนเงินเข้าทุนสำรอง และผู้สอบบัญชีสหกรณ์แสดงความเห็นต่องบการเงินแบบมีเงื่อนไข และ การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กรณีสหกรณ์ไม่ปฏิบัติตามระเบียบสหกรณ์ จึงได้ชี้แจงว่าสหกรณ์ได้รับเงินอุดหนุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคการเกษตรจากรัฐบาล จำนวน 14,877,000 บาท เมื่อปี พ.ศ.2545 ซึ่งมีเงื่อนไขกำหนดไว้ให้สหกรณ์ ชำระส่งคืนเงินทุนให้แก่รัฐบาล ในรูปของ การบริจาค และ ค่าธรรมเนียม ร้อยละ 1 สหกรณ์จัดทำบัญชีดังกล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ในหัวข้อ สินทรัพย์รับบริจาค และ ได้ทำทะเบียนคุมสินทรัพย์ไว้เท่านั้น วิธีดังกล่าว เป็นการรับรู้สินทรัพย์ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ และสินทรัพย์ดังกล่าวได้มีกำหนดระยะเวลาในการชำระ ค่าธรรมเนียม และค่าบริจาค ร้อยละ 1 ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ทางสหกรณ์ได้ทำการปรึกษาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วว่า หากสหกรณ์บันทึกบัญชีในปีปัจจุบัน ทางสมาชิกอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอเวลาในการแจ้งให้กับสมาชิกได้รับทราบก่อน แล้วค่อย บันทึกบัญชีในปีถัดไป โดยไม่ขัดต่อระเบียบของสหกรณ์

นายปรีชา ยังกล่าวต่ออีกว่ากรณีที่ทางสหกรณ์จำหน่ายสินค้าเป็นเงินเชื่อ ให้แก่สหกรณ์อื่น เนื่องมาจาก ทางสหกรณ์ได้รับการติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์ จาก สกก.นิคมลานสัก โดยได้รับข้อมูลว่า ทางสหกรณ์นิคมลานสัก ได้รับจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับกรมการข้าว เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัย ทางสหกรณ์มองเห็นว่า การขาย เมล็ดพันธุ์ในครั้งนี้ มีความน่าเชื่อถือ คณะกรรมการจึงได้ลงมติ ให้ สหกรณ์นิคมลานสักทำสัญญาซื้อ-ขาย กับ สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา และได้ทำการส่งมอบสินค้าครบตามจำนวนในสัญญา ในวันทำสัญญา สหกรณ์นิคมลานสักได้นำเช็คมาชำระหนี้ จำนวน 5 ฉบับๆละ 4,700,000 บาท เมื่อถึงเวลากำหนด สหกรณ์ได้นำเช็คเข้าฝาก ธนาคาร แต่ปรากฎว่า เช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ สหกรณ์จึงได้ทำการบันทึกประจำวันไว้กับทางตำรวจ และได้ติดต่อ ไปทางสหกรณ์นิคมลานสัก แล้วมีข้อสรุป ขอไกล่เกลี่ย โดยทำบันทึกข้อตกลง ชำระเป็นรายปีโดยมีคณะกรรมการ ของสหกรณ์นิคมลานสักเป็นผู้ค้ำประกัน ในวงเงินที่ค้างชำระทั้งหมด ปัจจุบันสหกรณ์ลานสักได้ชำระมาแล้ว บางส่วน เป็นเงิน 9,450,000 บาท คงเหลือ 14,050,000 บาท และจากทั้งสองกรณีข้างต้น สหกรณ์จึงทราบถึงแนวโน้มของการดำเนินงาน ของสหกรณ์ในปีถัดไป เมื่อโครงการ เงินอุดหนุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตร ถึงกำหนดชำระ จะทำให้สหกรณ์ต้อง บันทึกบัญชีรับรู้สินทรัพย์ทั้งจำนวน เป็นเงิน 10,626,750.68 บาท และต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญกรณี สหกรณ์ลานสัก จำนวน 14,050,000 บาท รวมทั้งสิ้น 24,676,750.67 บาท จะทำให้สหกรณ์ประสบปัญหาการ ขาดทุน ดังนั้น สหกรณ์จึงได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการ เพิ่มมูลค่าที่ดิน ของสหกรณ์ เนื่อง ด้วย ที่ดินสหกรณ์ ณ ปัจจุบัน มีมูลค่า กว่า 60 ล้านบาท แต่ที่ดินที่สหกรณ์ได้บันทึกบัญชีไว้ เมื่อปี พ.ศ 2517 มี จำนวน 253,385.65 บาท ผลต่างที่จะเกิดขึ้น ประมาณ 50 กว่าล้านบาท ซึ่งสหกรณ์จะได้นำเข้าทุนสำรองต่อไป

ภาพ-ข่าว ปัณณวิชญ์ อยู่ดี .พะเยา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here