ผู้ว่าลพบุรี พร้อมผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมวางแผนรับมือป้องกันอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

3

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 10 (SWOC 10) ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยมี นายอนุสรณ์ ตันติวุฒิ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 พร้อมด้วย ผู้อำนวยการส่วนบริหารทั่วไป ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลพบุรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียม ผู้แทนโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค ผู้แทนโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมบรรยายสรุปถึงสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการคาดการณ์สภาวะฝนในช่วงเดือน สิงหาคม – ตุลาคม 2565 ปริมาณฝนปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 25% และภาคกลาง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 29% พร้อมกับสรุปสถานการณ์อุทกภัย การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลวางแผนในการป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

  ซึ่งสถานการณ์น้ำในจังหวัดลพบุรียังอยู่ในภาวะปกติ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานชลประทานที่ 10 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแจ้งเตือน/ให้การช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา และได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และการแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 นอกจากนี้ยังจะได้ติดตามข้อมูลของปริมาณน้ำที่อยู่ในเขื่อนต่าง ๆ ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำป่าสักและการรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ส่งมาในคลองชลประทานสาย ชัยนาท – ป่าสัก เพื่อที่จะได้หาแนวทางป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร โดยพบว่าปริมาณน้ำที่ไหลมาในคลองชลประทานนั้นได้มีการรับน้ำน้อยลง นอกจากนี้ยังได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงและเครื่องสูบน้ำขนาดต่าง ๆ จากทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาทด้วย

 ขณะที่การระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันนี้ ได้ระบายลงสู่ท้ายเขื่อน ที่ปริมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีปริมาณน้ำที่เก็บกักในตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ 499 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 51 ไม่ส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดน้ำท่วมกับบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำ แต่ด้วยอิทธิพลของพายุฝนที่ตกติดต่อกันหลายวัน ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่รับน้ำตอนบนเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จำนวนมาก ตั้งแต่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลกระทบน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน มวลน้ำจากเพชรบูรณ์ได้เคลื่อนตัวลงสู่แม่น้ำป่าสัก ในอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนฯ ในปริมาณมาก และ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุด เช้านี้ ยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักฯ กว่า 268.16 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 23.169 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำในอ่าง 490.13ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละด 51.06 จากความจุของอ่างเก็บน้ำที่มี ปริมาณการระบายลงสู่ท้ายเขื่อน 400.02 ลบ.ม./วินาที หรือ 34.561 ล้าน ลบ.ม./วัน  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เกิดประสิทธิ์ภาพสูงสุด สอดคล้องกับ การพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น  ทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำไว้สำหรับรองรับมวลน้ำขนาดใหญ่ จากฝนที่ตกสะสมก่อนหน้านี้ ตามแผนการบริหารจัดน้ำที่กรมชลประทานกำหนด เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ภาพ-ข่าว สมชาย จ.ลพบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here