ปางช้างแม่สา ยังเปิดต่อ ปมรดกปางช้างแม่สา ยังไม่มีบทสรุป

6

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ลูกสาวคนโต นายชูชาติ กัลมาพิจิตร หรือ พ่อเลี้ยงชูชาติ เจ้าของปางช้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางไปยังธนาคารฯภายหลังจากได้ออกออกหนังสือนัดนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วมมาโอนเงินจากบัญชีธนาคารฯจำนวน 15 ล้านบาทให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัดตามพินัยกรรมของนายชูชาติ  กัลมาพิจิตร

 แต่ปรากฎว่า นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ถรรยาใหม่ของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ได้ปฏิเสธที่จะมาโอนเงินในวันนี้ โดยมีจดหมายลงวันที่ 27 สิงหาคม 2565 นัดนางอัญชลี ไปโอนที่ดินในวันที่ 15 กันยายน 2565 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานที่ดินฯ สาขาแม่ริมแทน แต่จะไม่โอนเงินสดในบัญชีดังกล่าว และช้างจำนวนกว่า 80 เชือกให้บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด โดยอ้างว่ายังมีคดีความอยู่ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่นางฐิติรัตน์ ฟ้องเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท และจะฟ้องร้องกันไปอีกนาน ในเรื่องนี้

นางอัญชลี กล่าวว่า “ตนอยากได้เงินตามบัญชีมากกว่า เพราะเงินสดใช้ง่าย ใช้ได้ทันที ตนตั้งใจจะนำไปใช้พยุงกิจการปางช้างแม่สา ในพินัยกรรมเขียนไว้ชัดเจนทุกอย่าง เงินในบัญชีดังกล่าวมอบให้ปางช้างแม่สา นำไปเป็นทุนหมุนเวียน นอกจากนี้บิดายังได้ยกช้างทั้งหมดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ และได้สั่งให้โอนคอนโดมิเนียม ตึกแถว ห้องชุด หลังจากโอนแล้วให้นำไปขายเพื่อเพิ่มทุนให้กับบริษัทฯ และยังสั่งให้โอนที่ดินทั้งหมดให้บริษัทปางช้างแม่สาฯ บริษัทรินรดารีสอร์ท และ บริษัทน้ำดื่มเอเล่ แต่นางฐิติรัตน์ยังคงเลือกโอนทรัพย์สินในพินัยกรรมให้บริษัทฯ โดยอ้างเหตุผลส่วนตัว อีกทั้งตนยังถูกกลั่นแกล้งให้ไปหาเงินค่าโอนทรัพย์สินเองในส่วนที่ดินหลายแปลงในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย ซึ่งตนก็ต้องพยายามทำหน้าที่ทั้งบุตร ทายาทผู้สืบสันดาน  ผู้จัดการมรดกร่วม และกรรมการผู้จัดการปางช้างแม่สา เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องตนและลูกหลานในตระกูล จะได้มีมรดกตกทอดกันไป”

สำหรับในวันนี้ตนต้องมาตามนัดที่ธนาคารฯเพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ ส่วนวันพรุ่งนี้(31 สิงหาคม) ตนก็ต้องไปที่อำเภอเพราะได้นัดโอนช้าง ถึงนางฐิติรัตน์ จะไม่มาทำหน้าที่ ตนก็ต้องบันทึกทุกอย่างไว้รายงานศาล โดยส่วนตัวตนคิดว่า การที่ตนให้ข่าวจะหยุดกิจการปางช้างแลกกับเงินมรดกนั้น ทำให้นางฐิติรัตน์ ต้องนัดโอนที่ดินในพื้นที่อำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว ให้กับปางช้างแม่สา ตามกฏหมาย  ส่วนบริษัทฯเป็นผู้รับผลประโยชน์ ต้องไปตามนัดแน่นอน และตนต้องหาเงินค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปด้วย เพราะนางฐิติรัตน์ให้ตนหาเงินตรงนี้ไปเอง ตนต้องอดทนเพื่อให้เรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยและบริษัทฯได้รับทรัพย์สินมาบ้าง ตอนนี้ทรัพย์มรดกทั้งหมดตกเป็นของทายาทแล้ว รอเพียงการโอนหรือการมอบเท่านั้น”

นางอัญชลี กล่าวถึง ประเด็นเรื่องการปิดกิจการปางช้างแม่สาคงยังไม่จำเป็นในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการโอนเงินสด แต่จะมีที่ดินมาแทน ตนจึงขอรอดูวันที่ 15 กันยายน 2565นี้ก่อน ว่าที่เขานัดโอนที่ดินจะเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร นางอัญชลีกล่าวทิ้งท้าย

ภาพ-ข่าว นิวัตร ธาตุอินจันทร์ จ.เชียงใหม่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here