ปากช่อง กรมชลประทานประชุมทุกภาคส่วนแก้ปัญหาน้ำลำตะคอง

42

นายคณัสชนม์  ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ให้เป็นประธานเปิดประชุมปฐมนิเทศโครงการ ศึกษาความเหมาะสมการแก้ปัญหาการจัดการน้ำเหนือเขื่อนลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์  รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน นายวัชรากร นามสีฐาน นายกสมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ นายกฤษติชัย สุขมังษา  นายกสมาคมเครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าเขาใหญ่ ดงพญาเย็น  นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กลุ่มอนุรักษ์ นักวิชาการ คณะกรรมการแก้ไขปัญหา หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และประชาชน จากหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 100 คน เข้าร่วมประชุมและเสนอแนะแสดงความคิดเห็น

ลำน้ำลำตะคอง ได้ถูกกำหนดเป็นทางน้ำชลประทานประเภท 3 ที่สงวนไว้ใช้ในการชลประทาน ตาม พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2542 ซึ่งต้นน้ำลำตะคองไหลลงมาจากจุดน้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ลงมายังด่านประตูศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ผ่านลงสู่ชุมชนบ้านท่ามะปรางค์ ต.หมูสี ลัดเลาะตามพื้นที่หมู่บ้านชุมชน ตำบลขนงพระ ตำบลปากช่อง เขตเทศบาลเมืองปากช่อง ตำบลจันทึกลงสู่เขื่อนลำตะคอง ระยะทางประมาณ 120 กม.

นายแฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์  รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ.2562 กรมชลประทาน ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ในช่วงหน้าแล้ง ฝนทิ้งช่วง น้ำในลำตะคองเหนือเขื่อนไม่มีน้ำเพียงพอที่จะนำมาผลิตน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภค ในพื้นที่ อ.ปากช่อง ส่วนในฤดูฝนก็มีน้ำป่าจากบนอุทยานฯเขาใหญ่ไหลหลากพัดเอาเศษดินหินเศษปฏิกูล รวมถึงเศษไม้ลงไปกองทับถมบางจุดปิดทางน้ำ และตื้นเขิน และเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ ตำบลขนงพระและเมืองปากช่อง จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและมีทรัพย์สินเสียหาย บางปีมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อยทำให้น้ำในเขื่อนลำตะคองที่มีความจุเก็บกักน้ำ 314 ล้านลูกบาคก์เมตร มีน้ำไหลลงสูเขื่อนน้อย ไม่เต็มความจุ ทำให้มีปัญหาการปล่อยน้ำลงไปผลิตน้ำประปา เกษตรกรรม ให้กับพื้นที่ อ.สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ และเมืองนครราชสีมา

กรมชลประทานจึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อฟังความคิดเห็นและแก้ปัญหาร่วมกันอย่างยั้งยืน และหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันกับชุมชนในพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยโครงการศึกษา ใช้ระยะเวลาประมาณ 270 วัน โดยการศึกษาการจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความเหมาะสม ทั้งทางด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม กับวิถีชีวิตและให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยจะมีการประชุม 2 ครั้ง และประชุมกลุ่มย่อย รับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมาจัดทำแผนตามโครงการต่อไป

ภาพ-ข่าว ปัญญา ปากช่อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here