ปวีณา ช่วยเหลือหญิงไทยพ้นขุมนรกบาห์เรนกลับไทย ผบก.บก.ปคม. สั่ง ไล่ล่าจับแก๊งผู้เป็นธุระจัดหาค้ามนุษย์ข้ามชาติในไทยได้แล้ววันนี้

17

น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ถูกคนรู้จักชักชวนไปทำงานนวดแผนไทยเดินทางไปประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 ถูกยึดพาสปอร์ต บังคับค้าประเวณี ข่มขู่ ถ้าขัดขืนจะโยนลงตึกฆ่าให้ตาย ต้องรับแขก 24 ชม.. แต่ละครั้งได้เงินเพียง 150-300 บาท เท่านั้น นอกนั้นแม่แท็ก เก็บเงินไปหมดเจ้าของร้านแม่แท็กเป็นหญิงไทยซึ่งมีสามีเป็นชาวบาห์เรน ทุกคนจะเรียกว่า “ตา จ่อย” เจ้าของร้านแจ้งยอดหนี้ให้ น.ส.แอน เซ็นรับเป็นหนี้ 140,000 บาท อ้างเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร เหยื่อ ต้องทนทำงานรับแขกมาจนถึงคืนวันที่ 8 ม.ค. 2564 จึงแอบส่งข้อความมายังเพจเฟสบุ๊กของมูลนิธิปวีณาฯ และแชทไลน์คุยกับน้องสะใภ้ เพื่อขอให้ติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือออกจากขุมนรกบาห์เรน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้ติดต่อหา น.ส.แอน  และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเหลือ น.ส.แอน ติดต่อแอดไลน์สถานทูต ส่งพิกัดที่อยู่ ภาพตึกบริเวณใกล้เคียงส่งให้สถานทูต ต่อมาวันที่ 9 ม.ค. 2564 สถานทูตไทยประจำบาห์เรน ได้แจ้งตำรวจบาห์เรนบุกเข้าช่วยเหลือหญิงไทย 10 คน ทันที และแยกไปพักที่สถานพักพิงในบาห์เรน  ตำรวจบาห์เรนใช้เวลาสอบสวนประมาณ 1 เดือนเศษ ตำรวจบาห์เรนจนสามารถจับกุม นางปุ๋ย ผู้ดูแลร้าน นางหญิง แม่แท็ก และตาจ่อย หนุ่มชาวบาห์เรนสามีเจ้าของร้านมาดำเนินคดี และ น.ส.แอน ได้รับเงินเยียวยาจากทางการประเทศบาห์เรน จำนวน 100,000 บาท และได้เดินทางกลับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2564 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิวันที่ 1 มี.ค. 2564 เข้าสู่กระบวนการป้องกันโควิด19 น.ส.แอน ถูกส่งไปกักตัว และต่อมาเป็นโควิด19 สายพันธ์ UK ต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ถึงเดือน พ.ค. 2564 รวมเกือบ 2 เดือน ออกมาพักรักษาตัวอยู่บ้านอีก 2 อาทิตย์  ปลายเดือน พ.ค. 2564 ตำรวจ ปคม. ได้ติดต่อไปให้ปากคำ และติดตามคดี ตำรวจ ปคม.ได้รวมรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ออกหมายจับ และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิด ที่เป็นธุระจัดหาส่งหญิงไทยไปค้าประเวณีได้แล้ววันนี้

ด้าน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงข่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคม.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ โดยชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานนวดสปาที่ประเทศบาห์เรน อ้างว่าได้ค่าแรง 50,000-70,000 บาท ต่อเดือน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงพาไปทำหนังสือเดินทางและจองตั๋วเครื่องบินโดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เมื่อเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน ถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ ยังสถานที่ต่างๆ ต่อมา ผู้เสียหายได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน จนกระทั่งผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือและสามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้ในที่สุด จากพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายทั้งด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก  ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมาเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ  นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 นางปวีณา กล่าว  ขอบคุณ พล.ต.ต.วิวัฒน์  คำชำนาญ  ผบก.บก.ปคม. และ พ.ต.อ.ณรงค์  เทศวิบูลย์  รอง ผบก.บก.ปคม. ที่ได้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด ผู้เป็นธุระจัดหาค้ามนุษย์มาดำเนินคดี และขอบคุณ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ช่วยเหลือหญิงไทยที่ถูกตกเป็นเหยื่อร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯตลอดมา

นางปวีณา กล่าวเตือน หญิงไทย ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้คิดให้ดี เมื่อถูกหลอกแล้ว ไม่ใช่ว่าจะช่วยได้ทุกคน และควรที่จะสอบถามไปยังกระทรวงแรงงานว่าประเทศนั้นๆมีงานทำลักษณะใดบ้าง  โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีร่วมกับตำรวจ ปคม. กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความช่วยเหลือ โดยจะประสาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. และกระทรวงยุติธรรมให้การช่วยเหลือเยียวยาให้กับเหยื่อ จนเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here