ปทุมธานี สิระ พร้อมคณะลงพื้นที่วัดเขียนเขตสอบถามกรณีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีถูกปลด

6

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส. ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับนายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากพระลูกวัดและญาติโยม เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.กรณี(หลวงพ่อเปี๊ยก)พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินธโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าอาวาส วัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี ที่ถูกมหาเถรสมาคม มส. ถอดถอนออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส. ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากที่เราได้รับหนังสือร้องเรียนชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานี ต้องการทราบเหตุผลที่พระธรรมรัตนาภรณ์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ถูกมหาเถรสมาคม (มส.) สั่งถอดถอนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางชาวบ้านจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกันเดินทางไปยื่นหนังสือกับ สส.สิระ เจนจาคะ โดยในวันนี้ได้เชิญท่าน สส.สิระ ได้เดินทางมาเพื่อเข้าพบเยี่ยมเยียนกับพระธรรมรัตนาภรณ์ และก็จะมาขอทราบเหตุผล และมูลเหตุจูงใจจากการทำหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอเข้าพบและพูดคุยเกี่ยวกับปัญหา หรือเหตุจูงใจที่ทำให้ท่านถูกปลด โดยชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานีไม่ทราบสาเหตุที่ท่านถูกสั่งปลด ซึ่งถ้ามีเหตุผลที่ยอมรับได้ หรือถ้าไม่มีเหตุผล หรือเป็นการกลั่นแกล้ง พี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานีและทั่วประเทศ ร่วมกันเข้าชื่อ เพื่อถวายฎีกาขอความเป็นธรรมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งวันนี้ท่านประธานก็ได้ให้เกียรติ เดินทางมารับฟังรับทราบปัญหา

โดยทางด้าน นายสิระ ระบุว่า การลงพื้นที่เพื่อสอบถามและขอข้อมูลกรณีที่ มหาเถรสมาคมมีคำสั่งปลด พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะจังหวัดอื่นๆรวม 3 รูป ซึ่งนำมาสู่ความกังวลของพุทธศาสนิกชนและศิษย์ยานุศิษย์โดยเฉพาะข้อเท็จจริงในการสั่งปลดที่ยังไม่มีความกระจ่าง โดยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการการกฎหมายฯ พร้อมกันนี้ยังถือโอกาสพบปะชาวจังหวัดปทุมธานี สอบถามถึงข้อเท็จจริงและสาเหตุที่คาดว่าอาจถูกปลดออกจากเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งหากพบว่าการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ชอบด้วยกฎหมายอาจถูกดำเนินการ ด้วยมาตรา157ได้เช่นกันและนายสิระ กล่าวต่อว่า ปรากฏการณ์การย้ายพรรคของนักการเมืองในช่วงนี้ ทำให้เห็นว่าชื่อของพรรคพลังประชารัฐยังหอมหวล มีนักการเมืองจำนวนมากให้ความเชื่อมั่น ซึ่งขัดแย้งกับผลโพลที่อฝระบุว่าพรรคพลังประชารัฐมีคะแนนความนิยมที่ต่ำลง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้มีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ

เมื่อถามต่อถึงการเข้าร่วมงานกับพรรคของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายสิระ กล่าวว่า ท่านพีระพันธุ์ถือเป็นนักการเมืองอาวุโส ที่มาจากพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นเรื่องความรู้และประสบการณ์ของท่านย่อมเป็นผลดีต่อไปอยู่แล้ว ในส่วนว่าท่านจะเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบภายในพรรคนั้น ตนเชื่อว่า เรื่องนี้เป็นระบบการทำงานร่วมกันของพรรค ที่มีกรรมการบริหารพรรค โดยคงเป็นไปไม่ได้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงจากใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว “หากท่านพีระพันธุ์มีแนวคิดจะเปลี่ยนอะไรในพรรค ท่านก็คงนำเรื่องนี้ปรึกษากับท่านหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือร่วมกันในการทำงานเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่พึ่งของประชาชนต่อไป ผม มั่นใจว่าท่านพีระพันธ์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว คงไม่ทำอะไรให้ตัวเองเสียหาย แต่สิ่งที่ผมอยากฝากไปถึงท่านก็คือ การจะปรับเปลี่ยนอะไรในบ้านขอให้มีการพูดคุยกันภายในบ้านก่อนเอาไปพูดข้างนอก

ภาพ-ข่าว ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย จ.ปทุมธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here