นิเวศทางปัญญาของมหาชน (4) - อาสาไทยยืนยัน เว็บสารคดีข่าวเชิงลึกและไลฟ์สไตล์ เส้นทางสายปัญญาคือมัชฌิมาปฏิปทา
ไม่แยกข้างแยกขั้ว

เส้นทางทางปัญญาใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ธรรมะในความหมายหนึ่งคือความเป็นเหตุเป็นผล หรือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยที่เรี" />

อาสาไทยยืนยัน

นิเวศทางปัญญาของมหาชน (4)

เส้นทางสายปัญญาคือมัชฌิมาปฏิปทา
ไม่แยกข้างแยกขั้ว

เส้นทางทางปัญญาใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ธรรมะในความหมายหนึ่งคือความเป็นเหตุเป็นผล หรือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตา ในกระแสของความเป็นเหตุปัจจัยอย่างต่อเนื่องไม่มีการแยกเป็นข้างเป็นขั้ว การเกิดความเป็นข้างเป็นขั้ว เกิดจากคิดแบบตายตัว เมื่อตายตัวจึงแยกส่วน เมื่อแยกส่วนจึงเกิดสภาวะสุดโต่ง เป็นขั้วไปข้างใดข้างหนึ่ง การคิดแบบแยกส่วนก็คือการคิดเชิงอำนาจนั่นเอง

เนื่องจากเส้นทางสายปัญญาไม่นำไปสู่การแยกส่วนสุดโต่งเป็นข้างเป็นขั้ว จึงเป็นเส้นทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติล้วนคิดแบบตายตัวแยกส่วน จึงเป็นประวัติศาสตร์ของความขัดแย้ง รุนแรง และสงคราม ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการคิดแบบแบ่งขั้วไม่สามารถนำไปสู่สันติสุข หรือสันติสุขภาวรได้ ยิ่งสังคมปัจจุบันที่เป็นระบบซับซ้อน (Complex system) ที่ยากต่อความเข้าใจ พลิกผัน และวิกฤตได้รวดเร็ว การคิดเชิงแบ่งขั้วยิ่งไม่มีทางฝ่ากับดักของความซับซ้อนออกไปได้

สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจมาอย่างน้อยตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา การคิดเชิงอำนาจทำให้ประเทศไทยไม่สามารถออกจากสภาวะวิกฤตได้

เส้นทางสายปัญญาหรือมัชฌิมาปฏิปทา ถ้าทำให้มากจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ด้วยสันติวิธี จากสังคมอำนาจจะเป็นพลานุภาพหรือธนานุภาพก็ตามไปสู่สังคมอุดมปัญญาหรือสังคมปัญญานุภาพ

เมื่อถอนตัวจากอำนาจ ความเมตตากรุณาก็เพิ่มขึ้น สังคมที่เป็นธรรมและสันติสุขจะปราศจากความเมตตากรุณา หรือความมีหัวใจของความเป็นมนุษย์หาได้ไม่ เส้นทางสายปัญญาหรือมัชฌิมาปฏิปทา จะเพิ่มหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ขึ้นในสังคมไทยด้วย
คำว่าปัญญานั้นมีความหมายคลอบคลุมมาก ซึ่งรวมถึงปัญญาในการปฏิบัติ และปัญญาในการจัดการด้วย การจัดการเป็นอิทธิปัญญา หรือปัญญาที่ทำให้เกิดความสำเร็จ
การที่จะสร้างสังคมสันติสุข หรือประเทศไทยยุคใหม่ที่เจริญพร้อม จึงต้องการที่เรียกว่า 3H คือ
หนึ่ง – หัวใจของความเป็นมนุษย์ (Heart)
สอง – การใช้ข้อมูล ความรู้ ความคิด (Head)
สาม – การลงมือปฏิบัติและการจัดการ (Hand)
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่างก็ไม่พอ ต้องการครบทั้ง 3H ยุทธศาสตร์ทางปัญญานำมาซึ่งองค์ประกอบทั้งสามผนวกกัน จึงเป็นพลังของความสำเร็จ
เส้นทางสายปัญญา หรือมัชฌิมาปฏิปทา จึงน่าจะเป็นเส้นทางที่นำประเทศไทยไปสู่การมีพลังแผ่นดินที่จะพาประเทศไปสู่ยุคใหม่ที่มีความเจริญอย่างแท้จริง และโดยที่โลกก็วิกฤตเพราะคิดแบบแยกส่วน พลังแห่งมัชฌิมาปฏิปทาของไทยจึงอาจช่วยโลกได้ด้วย

แทก
แสดงเพิ่มเติม

บทความใกล้เคียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close