นายก อบจพัทลุง แฉ ปกครองสั่งเปิดทางโจรขโมยรังนกอีแอ่น ขณะที่ ผวจ.พัทลุงร้องขอให้มหาดไทยตั้งกรรมการลงมาสอบตัวเอง

681

จาก กรณีที่คนร้ายบุกเกาะรังนกกลางทะเลสาบ ขโมยรังนกอีแอ่นขณะที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลัเจ้าหน้าที่ อบจ.พัทลุง เกือบ 100 นาย นอนเฝ้าเกาะเพื่อรักษาความปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ คนร้ายแอบเข้าถ้ำเก็บรังนก ก่อไฟภายในถ้ำสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก จนกระทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งตำรวจลงพื้นที่สอบสวนเก็บหลักฐานร่องรอยคนร้ายและตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษ  DSI ก็เร่งสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อที่จะหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

 ล่าสุด ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายบุกเข้าเกาะขโมยรังนกและจุดไฟภายในถ้ำ ทำให้แม่นกหนีตายออกจากรังนั้น ต่อปัญหาดังกล่าว ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้นำเรื่องเข้าหารือและแจ้งที่ประชุม กรณีที่คนร้ายขโมยรังนก  แต่ที่ประชุมก็ไม่เคยสนใจต่อปัญหานี้ และได้มีโอกาสลงพื้นที่เกาะรังนกก่อนหมดสัญญาสัมปทานหรือก่อนที่บริษัทที่หมดสัญญาส่งคืนพื้นที่ให้จังหวัดพัทลุง

 ก็ยังพบว่าจำนวน 7 ถ้ำที่ลงไปสำรวจ ก็มีรังนกที่สมบูรณ์ สื่อมวลชนก็ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และหลังจากที่รับมอบเกาะมาแล้ว ก็มีผู้หวังดีแจ้งข่าวว่า มีการขโมยรังนกทุกคืนๆละหลายๆกลุ่ม จึงทำหนังสือของอนุญาตลงไปสำรวจที่เกาะรังนกพร้อมสื่อมวลชนอีกครั้ง แต่ปรากฏว่ากรรมการรังนกไม่อนุญาตให้ลงพื้นที่ อ้างว่าเป็นการรบกวนนกที่กำลังสร้างรังวางไข่อยู่ในถ้ำ

 นายก อบจ.พัทลุง กล่าวอีกว่า  กลุ่มโจรขโมยรังนกอีแอ่นสร้างความเสียหายให้กับจังหวัดพัทลุงนั้น รับรู้มาโดยตลอดและแจ้งให้ที่ประชุมกรรมการได้รับทราบ มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน พลเมืองดีได้ส่งคลิปเสียง ภาพถ่ายส่งมาให้เป็นระยะ วันนี้บอกได้เลยว่า มีเจ้าหน้าที่ปกครองร่วมกับชาวบ้าน เปิดทางให้โจรเข้าไปขโมยรังนกอีแอ่นและก่อไฟภายในถ้ำจนเกิดความเสียหาย  มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายคน นั่งสั่งการอยู่ที่สำนักงาน บนเกาะรังนก  ก่อนหน้านี้ก็ถูกข้าราชการบนศาลากลางจังหวัดพัทลุง ดูถูกดูแคลนว่าพูดออกมาไม่มีหลักฐาน ยืนยั่น  ตอนนี้มีคลิปเสียงเผยแพร่ส่งต่อไปทั่วประเทศแล้ว และก่อนหน้านี้ก็ได้มอบคลิปเสียงให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้วเช่นกัน

เพราะฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงจะต้องรับผิดชอบไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกแล้ว  จะต้องเร่งหาผู้กระทำผิดมาลงโทษและในฐานะผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ปกครองและฐานะประธานกรรมการรังนกจะต้องออกมาขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของจังหวัดพัทลุงเอาไว้ได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้  ก็สมควรจะขอย้ายตัวเองออกไปจากจังหวัดพัทลุง ปล่อยให้คนดีๆที่ทำงานเพื่อดูแลผลประโยชน์ประชาชน  แต่ถ้ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น และมีการช่วยเหลือกันเอง ตนในฐานะนายก อบจ.พัทลุง มีความจำเป็นจะต้องออกมาร่วมกับชมรมพิทักษ์ผลประโยชน์พัทลุง เดินหน้าเรียกร้องหาคนรับผิดชอบให้ได้

ทางด้านนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เผยว่า ได้ฟังเสียงจากคลิปที่มีการส่งต่อกันแล้ว และได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนที่ไปที่มาของคลิปแล้วเช่นกัน โดยสั่งให้สอบสวนเจ้าหน้าที่จำนวน 4 หน่วยงาน มีทั้งเจ้าหนีที่ปกครอง อส.ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ อบจ.ด้วย ใช้เวลาคงไม่นาน ก็น่าจะรู้ว่าเสียงในคลิปดังกล่าวจะเป็นของจริงหรือมีการสร้างขึ้นมาและเป็นเสียงของใครสังกัดหน่วยงานไหน ส่วนกรณีที่มีการตั้งเวทีปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลาง ของชมรมพิทักษ์ผลประโยชน์จังหวัดพัทลุง เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้ก็ได้ทำหนังสือไปถึงปลักกระทรวงมหาไทย ให้แต่ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงไม่สามารถแต่งตั้งกรรมการสอบคณะกรรมการรังนกอีแอ่นได้ เพราะผู้ว่านั่งเป็นประธานตัวเองสอบตัวเองไม่ได้ จึงตั้งขอให้ส่วนกลางลงมาสอบสวน

ส่วนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ผู้ต้องสงสัยแอบเข้าไปในเกาะเพื่อขโมยรังนกอีแอ่นได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สุกรี สินเย็น ผกก.สืบสวน ตรวจราชการ 8  จเรตำรวจหัวหน้าชุดสืบสวน และ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ปานดำ ผกก.สอบสวน ภจว.พัทลุง แล้วจำนวน 1 คน  เป็นผู้ต้องสงสัยที่กรรมการรังนกฯขออนุญาตให้ลงไปร่วมสำรวจถ้ำกับคณะกรรมการฯ เมื่อพนักงานสอบสวนเตรียมที่จะออกหมายจับ  ก็ได้ชิงเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้มีโอกาสเข้าไปขโมยเก็บรังนกเพียง 3 ครั้งเท่านั้น  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. และเจ้าหน้าที่ป่าไม้คอยเปิดทางสะดวกให้

ภาพ-ข่าว ไสว รุยันต์ จ.พัทลุง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here