นนทบุรี สาวร้องทนายโป้ง ซ้อนท้ายรถจยย.สุนัขไล่กัด จ่ายแค่ 3000 บาท

1

น.ส. บี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนกับนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง ประธานชมรมทนายความจิตอาสา ที่สำนักงานทนายความจิตอาสา อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังถูกสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล ตัวสีขาววิ่งไล่กัดขณะที่นั่งซ้อนท้ายรถจยย.ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้าย เจ้าของสุนัขไม่รับผิดชอบ เหตุเกิดภายในซอย บางเพ็ง  ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์วันที่ ก.ย.65 เวลา 09.25 น. ขณะที่ผู้เสียหายซ้อนท้ายรถจยย.ถูกสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล สีขาว วิ่งตัดหน้ารถจยย.1 คัน  ก่อนจะวิ่งไล่กวดรถจยย.ผู้เสียหาย แล้วกัดที่บริเวณเท้าซ้ายของผู้เสียหายในเวลาต่อมา  

  จากการสอบถาม น.ส.บี (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 65 เวลาประมาณ 09.00 น.ตนกำลังจะนั่งรถไปตลาดบางใหญ่ โดยซ้อนท้ายรถจยย.เพื่อนขณะที่ขับผ่านไปถึงบริเวณไซต์ก่อสร้าง ก็มีหมามันวิ่งมากระโดดงับที่ข้อเท้าข้างซ้าย แต่ตนกับเพื่อนไม่ได้จอดลงมาดูเพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ หลังจากถูกกัดตนไปฉีดยาและรักษาตามขั้นตอน ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น.วันที่เกิดเหตุตนไปติดต่อไปพูดคุยกับเจ้าของสุนัข ปรากฎว่าเจ้าของสุนัขบอกว่าจะขอไปคุยกับเจ๊ที่ดูแลเขาก่อน วันต่อมาวันที่ 4 ก.ย.65 ทางเจ้าของสุนัขบอกจะรับผิดชอบเพียงแค่ 3,000 บาท ซึ่งตนได้ส่งบิลค่ารักษาให้ดูว่าตนจ่ายไป 8,000 กว่าบาทแล้ว ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าจะช่วยแค่นี้ และตนก็รับเงิน 3,000 มาก่อน หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้โทรไปเจ๊ก็ตัดสายทิ้ง แผลตนก็มีรอยกัดซึ่งแพทย์ก็ระบุว่าข้อเท้าซ้ายมีรอยแผล หมอจึงนัดรักษาโดยมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งตอนแรกหมอแนะนำให้ฉีดเซรุ่มเพราะบริเวณข้อเท้าจะมีปลายเส้นประสาทที่สำคัญ  แต่ตนเลือกที่จะฉีดวัคซีนแทนซึ่งทั้งหมดที่ต้องฉีดถึง 5 เข็ม และตอนตนนี้ไปฉีดมาแล้ว 2 เข็ม โดยครั้งแรกที่ไปหาหมอราคาแพงเพราะมีค่าทำแผลด้วย  ซึ่งตอนนี้ค่าใช้จ่ายหรือค่าหมอทั้งหมดประมาณ 8,000 กว่าบาท ตนอยากให้เขามารับผิดชอบเรื่องค่าวัคซีนที่จะต้องฉีด ตอนนี้ต้องออกเงินมาจ่ายเอง แต่เขาก็ไม่รับผิดชอบเลยตนเลยต้องการให้เขารับผิดชอบ ตนต้องหยุดงาน เสียเวลา เสียค่ารถค่าใช้จ่าย  หลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขตอนนี้เขาจะอุ้มหมาไปด้วยตลอด แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่ล่ามไว้ คนขี่รถจยย.ก็จะโดนสุนัขตัวนี้วิ่งไล่ตลอด ตอนนี้ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากทนายโป้ง เพราะไม่รู้ในเรื่องกฎหมายว่าสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ตอนแรกตนอยากไกล่เกลี่ยให้มันจบไปแต่ทางเจ้าของสุนัขไม่เคยติดต่อมาเลย ตนต้องเป็นคนเข้าหาอย่างเดียว ซึ่งเขาเลี้ยงเขาต้องรับผิดชอบสุนัขถ้าดูแลไม่ได้ไม่สมควรที่จะเอามาเลี้ยงให้เดือดร้อนชาวบ้าน

 ทนายโป้ง กล่าวว่า ผู้เสียหายมาแจ้งว่าโดนสุนัขมีเจ้าของกัดที่ข้อเท้าซ้าย เบื้องต้นได้ให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายไปว่าคนที่เป็นคนดูแลสัตว์ดุ หรือสัตว์ร้าย และปล่อยให้ไปทำอันตรายหรือทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย เจ้าของสุนัขหรือคนที่ดูแลจะมีความผิดในคดีอาญาโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจ ต้องไปทำการรักษาหรือขาดงานไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถฟ้องคดีแพ่งได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนดูแลสุนัขที่สภ.ชัยพฤกษ์ หากพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ทางผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายได้ สุดท้ายอยากฝากถึงคนที่เลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรืออื่นๆ คนที่ดูแลหรือเลี้ยง ต้องควบคุมดูแลให้อยู่ในบริเวณของเรา อย่าปล่อยละเลยไปก่ออันตรายกับคนอื่น เช่น ไปกัด หรือไปทำลายข้าวของ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก หากคุณเป็นคนรักสัตว์ก็ต้องดูแลเลี้ยงดูให้ดีไม่ใช่ปล่อยแล้วทำชาวบ้านเดือดร้อน

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณหน้าไซต์ก่อสร้างภายในซอยบางเพ็ง ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่าสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขพันธุ์ พุดเดิ้ลสีขาว ชื่อซอง อายุประมาณ 7-8 ปี ถูกเจ้าของผูกเชือกติดกำแพงคอนกรีตเพื่อไม่ให้สุนัขเดินออกไปบริเวณถนนเนื่องจากกลัวถูกสุนัขจรจัดตัวอื่นรุมกัด สอบถามช่างยา อายุ44 ปีชาวกัมพูชา เจ้าของสุนัข กล่าวชี้แจงว่า ตนเลี้ยงสุนัขตัวนี้ตัวแต่ตัวยังเล็กๆโดยเลี้ยงมาแล้วประมาณ 7-8 ปี สุนัขตัวนี้เป็นเพศผู้ชื่อซอง ซึ่งไม่เคยไปกัดใครตั้งแต่เลี้ยงมา นานๆมันจะวิ่งไล่ขู่รถเฉยๆ ตนซื้ออาหารให้กินตลอด วันที่ว่าสุนัขไปกัดตนก็อยู่หากถูกกัดจริงๆเขาต้องร้องแล้วว่าหมากัดเขาและจอดรถเดินลงมาดูไม่ใช่ขับรถหนีออกไป ส่วนสุนัขตัวนี้ตนคิดว่ามันไม่ได้ไปกัดแต่มันแค่ไปวิ่งไล่เฉยๆ ถ้ามันกัดจริงตนก็รับผิดชอบหลังเกิดเหตุจนตอนนี้ตนยังไม่เห็นบาดแผลของผู้เสียหาย แต่ตนรับผิดชอบในเบื้องต้นโดยให้เงินไปจำนวน 3,000 บาท

 นายมงคล อายุ 38 ปี ผู้ดูแลหอพักและงานก่อสร้างอาคาร  กล่าวว่า วันนั้นเจ้าของหมาก็ยืนอยู่หน้าบ้าน ถ้าน้องเขาโดนหมากัดจริงมาให้เราดูเลยก็ได้ว่าแผลเป็นยังไง เหมือนปกปิดบาดแผลแล้วสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง เราแปลกใจตรงที่ทำไมไม่ลงมา เมื่อก่อนเคยมีคนโดนหมากัดเราก็รับผิดชอบพาไปโรงพยาบาลเลย ตามจริงมันไม่ได้มีแผลที่หมากัด คนงานคนนี้ก็อยู่ที่นี่มานาน ตนดูกล้องวงจรปิดเห็นหมาวิ่งไล่เขาแต่ไม่เห็นตอนกัด ถ้าหมากัดจริงๆเขาต้องลงมาถามหาเจ้าของหมา แต่เขาขับรถไปเลย ต้นก็ถามว่าแค่หมากัดทำไมไม่ไปโรงบาลรัฐบาลทำไมต้องไปโรงพยาบาลเอกชนด้วยซึ่งเค้าบอกว่าเขารอไม่ไหว ตนก็เข้าใจ แต่พอไปดูใบเสร็จ น้องไปโรงพยาบาลตอน 16.53 น. แต่ตอนที่หมากัดมันเกิดเหตุประมาณ 09.00 น.  ของวันที่ 3 ก.ย. 65 ทำไมน้องไม่ไปโรงพยาบาลเลย ทำไมไปตอนเย็น เขาพันขามาหมดเลย ตอนแรกตนไม่รู้แต่เขาเอาใบเสร็จมาให้เจ้าของหมา และเจ้าของหมาเขาก็บอกยังไม่ได้ไปดูกล้องเลย แต่ให้เงินไปก่อน 3,000 บาท แถวนี้หมาจรจัดก็เยอะ เสร็จแล้วเขาก็ไปคุยกันที่โรงพัก ทีนี้ตำรวจบอกว่าจะมาเรียกเงินค่ารักษาพยาบาลจากเจ้าของหมาทั้งหมดไม่ได้ จะเรียกได้แค่ส่วนต่างนอกเหนือจากที่ประกันจ่ายคือค่าฉีดยา 5 เข็ม ประมาณ 10,000 บาท เจ้าของหมาเขาก็ยอมจ่าย ก็นึกว่าเรื่องจะจบแล้ว แต่ก็เห็นและมารู้เรื่องตอนที่มีนักข่าวมา บาดแผลก็ไม่มีแต่ไปหาหมอมีใบเสร็จมา ใบแรก 2,500 บาท ใบที่สอง 4,200 บาท ตนก็ไม่รู้ค่าอะไร แต่แพงมาก แค่หมากัดรอยก็ไม่มี หรือโดนกัดหรือเปล่าไม่รู้ วันต่อมาก็ไม่เห็นแผลตนเลยขอดูแผลหน่อย และก็ไม่เห็นเขาไปทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน เขาบอกแผลหายแล้ว ตนนี่ยอมรับเลยว่าแค่ 4 วันแผลหายหมด เรื่องมันเคลียร์กันไปหมดแล้วที่โรงพัก อยู่ดีๆมาเป็นข่าวตนก็ไม่เข้าใจ ไปไกล่เกลี่ยมาแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดขุดคุ้ยขึ้นมา ค่าแท็กซี่ไป-กลับ 200 บาทก็มาขอ เจ้าของหมาก็จ่ายไป ฉีดกี่เข็มก็จ่าย นึกว่าจะจบก็ไม่จบ

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต จ.นนทบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here