นนทบุรี พ่อค้าร้านขายกุ้งถูกทำร้าย ประกาศเซ้งร้านกลัวอิทธิพล

0

นายเส็ง พลอยศรีธรรมชาติ อายุ 56 ปี เจ้าร้านขายกุ้งในตลาดสดบางใหญ่ ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อมอบหลักฐานเป็นวงจรปิดเพิ่มเติม พร้อมให้ปากคำ เพื่อประกอบในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ

นายเส็ง เปิดเผยภายหลังพบพนักงานสอบสวน พร้อมเปิดบาดแผลให้ดู มีแผลฉกรรจ์ 2 จุดใหญ่ ๆ คือ บริเวณริมฝีปาก และจมูก เย็บ 3-4 เข็ม และแผล ฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด เช่นใบหน้า โหนกแก้มเป็นรอยร้องเท้า และแผ่นหลังช้ำเขียว

นายเส็งเล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากตนมีการขยับถาดปลาหมึกออกมาจากหน้าร้านนิดเดียวกระทั่งมีพนักงานตลาดเข้ามาตักเตือนว่าให้ขยับถาดตนเองจึงแก้ไขและเก็บถาดเข้าไปภายในร้านแล้ว แต่มีช่วงหนึ่งที่ตนเองตอบกลับไปว่า “ถ้าร้านผมเก็บร้านอื่นต้องเก็บบ้าง ให้เป็นระบบเดียวกัน”

ซึ่งจุดนี้อาจทำให้ พนักงานคนที่มาตักเตือนไม่พอใจ โทรฯไปฟ้องเพื่อนที่ชื่อว่านาย กบ สวมเสื้อสีขาว (ไม่เห็นในคลิป) เข้ามาตบตน พร้อมพวกเข้ามาล้อมที่ร้าน ตนก็ต้องสู้ โดยหยิบมีดแทงสวน เพื่อป้องกันตัวแต่นาทีนั้นนายกบ ลื่นล้ม ไม่รู้ว่ามีดถูกตัวใคร ส่วนตนก็ลื่นล้มเช่น และถูกแย่งมีดอออกจากมือ ยืนยันแทงไปครั้งเดียว จนมีดบาดมือขวาของตน (โชว์แผลที่มือ)  จากนั้นถูกรุมทำร้าย โดยจับขาสองข้างยกขึ้นและปล่อยลงรุมกระทืบซ้ำ จนสลบแล้วยังรุมกระทืบตนอีก ยืนยันทั้งหมดคือพวกพ้องของพนักงานตลาดตนจำหน้าได้หมดทุกคนและเป็นบุคคลที่ไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน     อีกทั้งมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตนเอง เป็นคนที่ไม่ได้ยอมเหมือนผู้ค้าในตลาดคนอื่นๆแต่กลับกันกับเจ้าหน้าที่คนนี้ เป็นคนที่ไม่ยอมคนและต้องใหญ่กว่าคนอื่น จึงมีปัญหาขึ้น    นายเส็ง ตั้งคำถามว่า “เป็นเพราะอะไร ในตลาดเป็นมาเฟียร์หรืออย่างไร หรือนักเลง หรือเป็นอันธพาลขอให้ตลาดพิจารณาด้วย”

สำหรับการตักเตือน เรื่องจัดระเบียบของต่าง ๆ หน้าร้านมีการตักเตือนทุกร้านอยู่ แต่บางร้านก็ไม่เก็บ ซึ่งส่วนตัวมองว่าที่ผ่านมาตนมีแต่คนรัก และไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่มาเกิดเหตุแบบนี้ตนคงไปขายของที่ตลาดอีกแล้ว และจะเซ้งร้านให้กับคนอื่น เพราะอยู่ไปก็อันตราย อีกครั้งหลังเกิดเหตุก็ไม่คนของตลาดติดต่อเข้ามาดูแลแต่อย่างใด    ส่วนวันนี้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมเนื่องจากฝ่ายคู่กรณีมีการร้องตำรวจว่าตนเองพยายามฆ่า แต่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดใดกับตน    สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนขอให้ผู้จัดการตลาดดูแลลูกน้องให้ดี ไม่ใช่มาทำร้ายผู้ค้าในตลาดพร้อมยืนยันว่าร้านอื่นมีความรู้สึกเช่นเดียวกับตนเองแต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือโต้เถียงแบบตน ยืนยันว่าทุกร้านไม่มีใครชอบพนักงานตลาดชุดนี้เลยเพราะทำตัวเป็นมาเฟียร์ เวลาพูดจาก็จะเบ่ง และใช้คำหยาบคาย

 ด้าน นางสาวภีรพร พลอยศรีธรรมชาติ อายุ 31 ปี ลูกสาว นายเส็งเปิดเผยว่า ขณะที่กู้ภัย นำตัวพ่อไปส่งที่โรงพยาบาลระหว่างนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 10 คนได้ตามไป ก่อนจะล้อมรถที่พ่อตนเองบาดเจ็บอยู่ พร้อมกับพยายามจะเปิดประตูแล้วบอกให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดรถระบุว่า “ต้องการจะเข้าไปทำร้ายต่ออีก” แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่เปิดประตูและได้รีบขับรถออกจากโรงพยาบาลเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ทันที    โดยเมื่อตนเองเห็นคลิปภาพที่พ่อถูกทำร้ายรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย และสงสารพ่อเป็นอย่างมาก เพราะพ่อเป็นเสาหลักที่ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวหากเป็นอะไรไปครอบครัวจะตกอยู่ในความลำบาก ซึ่งหลังจากนี้ ยังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นประกอบอาชีพใหม่ที่ไหน เพราะพ่อไม่สามารถที่จะกลับไปขายที่ตลาดได้อีกแล้ว หากกลับไปขายของต่ออีกก็อาจจะถูกทำร้าย

ด้านพนักงานสอบสวนสภ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า วันนี้เรียกนายเส็ง เจ้าของร้านขายกุ้ง และอาหารทะเล ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฎในคลิป เพื่อสอบปากคำ เพราะเนื่องจาก คู่กรณีอ้างว่าถูกนายเส็ง ทำร้ายร่างกายเช่นกัน ส่วนฝ่ายคู่กรณี โดยเบื้องต้นทราบว่ามีจำนวน 4 คนพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวเพื่อมาให้ปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่หากไม่มาพบก็เตรียมออกหมาย แต่หากยังไม่มาพบอีกพนักงานสอบสวนจะออกหมายหมายจับตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาใดบ้างนั้นต้องสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายให้เสร็จสิ้นก่อน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันภายหลังจากพนักงานของตลาดเข้ามาตักเตือน จัดระเบียบเรื่องการวางสิ่งของหน้าร้านของร้านขายกุ้ง ทำให้พนักงานฯที่มาว่ากล่าวตักเตือน ไปบอกเพื่อนที่รู้จักกันซึ่งไม่ใช่พนักงานในตลาด เพื่อนจึงเกิดความไม่พอใจแทนกัน เมื่อเพื่อนมาเจอหน้ากับเจ้าของร้านขายกุ้ง จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต จ.นนทบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here