นครพนม อรหันต์ลวงโลกแสบกว่าซีม่า หลอกแม้กระทั่งแม่บังเกิดเกล้า แอบนำโฉนดบ้านจำนองนายทุน 5 ล้าน

11

 คืบหน้า ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนของนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม โดยนางสาวอิสรีย์หรือแม่ชีอู๋แต่งกายนุ่งห่มจีวรเลียนแบบพระสงฆ์ อ้างว่าเป็นพระยาธรรมมิกราช ร่วมกับสาวกที่เป็นแม่ชีประกอบด้วยนางดรุณี หรือแม่ชีทองพูน นางสาวไพลิน หรือแม่ชีการ์ตูน นางสาวมะลิวัลย์ หรือแม่ชีกาเต้ และนางกิติยา รวม 5 คนโดยทั้งหมดถูกส่งเข้าเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม ซึ่งนางสาวอิสรีย์ไม่มีญาติมาแสดงความจำนงขอยื่นประกันตัว มีเพียงทนายที่มาสอบถามรายละเอียดจากพนักงานสอบสวนเท่านั้น เห็นว่าทั้งหมดเป็นขบวนการที่ทำกันเป็นขั้นเป็นตอน มีผู้เสียหายจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากประกันออกไปแล้วเกรงจะหลบหนีจึงเห็นควรยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 6 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งปลูกอยู่กลางชุมชนพลุกพล่านริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2033 (หนองญาติ-นาแก) เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น 5 คูหา เดิมเปิดเป็นร้านขายของชำและอาหารตามสั่ง จากคำบอกเล่าของชาวบ้านเผยว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายจำนงค์  และเป็นพ่อของนางสาวอิสรีย์เจ้าสำนัก ซึ่งบริเวณหน้าบ้านยังหลงเหลือสภาพร้านค้าและอาหารตามสั่ง ประตูเหล็กหน้าบ้านปิดสนิท มีเพียงประตูไม้ที่มีคนเปิดออกมาสอบถาม เป็นหญิงทราบภายหลังว่าเป็นพี่สาว พอรู้ว่าผู้มาหาเป็นผู้สื่อข่าวก็ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการที่น้องสาวนำบ้านไปจำนองกับนายทุนจนเกิดเรื่องฟ้องร้องกันในศาล และคดีอยู่ระหว่างชั้นฎีกา

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปที่ซอยพัฒนสุขชัย หมู่ 6 ต.หนองญาติ อยู่ด้านหลังโชว์รูมรถยนต์ พบกับชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นทราบว่านายจำนงค์ก่อนจะมารับราชการครูอดีตบวชเรียนขั้นมหา สึกออกมาก็แต่งงานอยู่กินกับนางสองมีลูกด้วยกัน 4 คน ซึ่งครอบครัวนี้ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ส่วนนางสาวอิสรีย์ก็เรียนจบในระดับปริญญาก่อนจะมาสวมชุดขาว เช่าบ้านหนึ่งหนึ่งที่อยู่ในซอยนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ประมาณ 2 ปีก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่บ้านดงโชค

ภาพ-ข่าว ทวี จ.นครพนม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here